Archive | April 2014

“ไกด์”เด็กชายขอบ

g5jbafbd59fdibbj6g95h.jpg

บนเส้นทางถนนลูกรังจากตัว อ.แม่สะเรียง สู่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไร้สัญญาณโทรศัพท์และขาดการติดต่อจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แต่ทุกเดือน ด.ญ.สกาวเดือน (ไม่มีนามสกุล) วัย 12 ปี จะต้องเดินทางออกไปในเมืองแม่สะเรียงกับยาย เพื่อซื้อของมาขายที่หมู่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม เพราะต้องทำหน้าที่เป็นล่ามแปลระหว่างภาษาไทยและปกากะญอแก่ยาย และค เมืองและเมื่อมาถึงบ้านท่าตาฝั่ง สกาวเดือนต้องทำหน้าที่จัดวางสิ่งของ และช่วยงานบ้านทุกอย่างแล้วปลีกเวลาไปทำการบ้าน เล่นกีฬา ซ้อมดนตรีและอ่านพระคัมภีร์เป็นภาษาอังกฤษ ให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน

“บ้านเราใช้โซลาร์เซลล์ ยายบอกว่าโซลาร์เซลล์เป็นพลังงานประหยัดเปิดไฟไว้นานไม่ได้ ต้องรีบทำงานให้เสร็จ ถ้าช้าก็มืดก่อน ส่วนมากหนูรีบทำงานเพราะอยากจะใช้เวลาว่างดูซีดีตอนดึกๆ พอประหยัดไฟไว้เยอะๆ ก็มีไฟดูซีดี” เด็กหญิงอธิบาย

สกาวเดือน เรียนดีและสามารถใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้คล่อง ชาวบ้านเล่าว่าเธอฉลาด ควรจะมีอนาคตที่ดี แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะพ่อแม่จากไปทำงานที่ จ.กระบี่ เกือบ 5 ปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นกลับมาบ้านบนดอย โทรศัพท์หรือจดหมายก็ไม่มี สกาวเดือนภาวนาขอพรพระเจ้าให้พ่อแม่ปลอดภัย

สกาวเดือนทำงานเป็นทุกอย่าง ขยันหารายได้มาช่วยยายและรับจ้างตำข้าว รายได้ 10-20 บาทต่อครั้ง สิ่งหนึ่งที่ยืนยันมาทั้งชีวิต ตากับยาย คือบุคคลที่เธอไม่สามารถทิ้งไปไกลได้ สกาวเดือนรักตากับยาย จนต้องปฏิเสธที่จะเดินทางไปเรียนในเมืองแม่สะเรียง

ขณะที่เมืองท่องเที่ยว อย่าง อ.สังขละบุรี วันที่ใครๆ ก็ไปชมความงามของสะพานมอญ “ไข่มาน” เด็กชายชาวไทยเชื้อสายมอญ ยังคงทำหน้าที่ไกด์น้อย อธิบายประวัติของสะพานมอญที่กวาดรายได้มากถึงวันละ 300 บาทเป็นอย่างน้อย

“วันธรรมดาได้ประมาณ 300 บาทครับ วันหยุดยาว เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ก็เป็นหลักพันครับพี่” เด็กชายเล่าอย่างภูมิใจ การหารายได้ในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ได้บังคับว่าจะต้องจ่ายทุกคน บางคนฟังแล้วไม่ให้ก็มี อย่างชาวต่างชาติตะวันตกส่วนมากไม่ให้ แต่คนไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ให้แทบทุกราย ดูเหมือนว่าอาชีพไกด์และขายดอกไม้ เป็นเพียงทางเดียวที่ทำให้เด็กๆ ในชุมชนหา ายได้จากนักท่องเที่ยว

ไข่มาน มีพี่น้องชื่อไข่มวน ทั้งสองเรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านหนองลู่ เวลาว่างเสาร์ อาทิตย์ ไข่มวน จะออกมารับจ้างบนแพเอกชน ส่วนไข่มาน ก็ขายของกับเป็นไกด์ รายได้ส่วนมากเป็นค่าขนมสำหรับวันที่ต้องไปโรงเรียน และเป็นค่ารักษาพยาบาลให้ครอบครัว

ด้าน มีมี่ เด็กหญิงจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเรดาร์ ต้องลาโรงเรียนทุกวันศุกร์ เพื่อเอาผักไปขายในตัวเมืองสังขละบุรีกับแม่ โดยทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาพม่าให้แม่ที่ไม่รู้หนังสือ แก่นักท่องเที่ยวในวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะพ่อคนไทยจากไปนานแล้ว วันหยุดยาวของทุกปี มีมี่จะได้มีโอกาสเดินทางกลับบ้านที่ทวาย รัฐตะนาวศรี ประเทศพม่า พร้อมแม่ เงินรายได้ที่ ีเก็บไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในเมืองทวาย มีมี่พยายามตั้งใจเรียนหนังสือที่โรงเรียนชายแดน เพราะต้องการทำความฝัน เป็นพยาบาล ให้เป็นจริงให้ได้ในอนาคต

การศึกษาสามารถเลื่อนชนชั้นได้ ใช้โอกาสที่เกิดจากการเรียนรู้สร้างอาชีพ ให้มีฐานะสามารถเลี้ยงดูบุพการีให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคหนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้เด็กน้อยชนเผ่าทั้ง 3 คนได้ทางไปรษณีย์ได้ที่ หมู่ 7 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58110 และห้องสมุดชุมชนหนองลู หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 71240 โทรศัพท 0-3459-5305

………….. (หมายเหตุ : ‘ไกด์’เด็กชายขอบ : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐรายงาน)

วันอังคารที่ 29 เมษายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements

การเมืองไม่ใส่ใจ”ชีวิตแรงงาน”10ปีจมวังวนเดิม

การเมืองไม่ใส่ใจ”ชีวิตแรงงาน” 10ปีจมวังวนเดิม-พึ่งตนเองดีที่สุด : ธรรมรัช กิจฉลองรายงาน

Read More…

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32(บุรีรัมย์) พร้อมดำเนินการสอบสัมภาษณ์ ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้

576549.JPG

+++++สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32(บุรีรัมย์) ดำเนินการจัดส่งกระดาษคำตอบไปตรวจด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มในทุกกระบวนการเคลื่อนย้าย ตั้งแต่การนำกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจำนวน 11 วิชา ที่ถูกบรรจุไว้ในหีบๆ แต่ละวิชาจาก 2 สนามสอบ คือ สนามสอบโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สนามสอบโรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ออกจากห้องมั่งคง ที่มีมาตรป้อง ันล็อกด้วยกุญแจ 3 ชั้น โดยมีคณะกรรมการเฝ้าระวังตลอดทั้งคืน พร้อมทำการมอบกุญแจห้องและกุญแจหีบให้กับกรรมการนำกระดาษคำตอบไปตรวจ โดยมีนายวิฑูรย์ จินตนสถิตย์ ประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 นายกิตติ บุญเชิด ผอ.สพม.32 และคณะร่วมเป็นพยาน

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เข้าสอบครูผู้ช่วยในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 ทั้งหมดจำนวน 2,975 คน ผู้มีสิทธิ์สอบ 2}948 มาเข้าสอบ 2,484 ขาดสอบทุกวิชาเอกจำนวน 464 สอบ คิดเป็น 15.74 เปอร์เซ็นต์ สอบผ่านภาค ก,ข จำนวน 379 คน สถานที่สอบสัมภาษณ์ สพม.32(บุรีรัมย์) ได้ใช้อาคาร 10 โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จำนวน 9 ห้อง โดยสพม.32 ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค. มื่อวันที่ 23 เมษายน 2557 มีผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 27 เมษายน 2557 แยกเป็นวิชาเอกดังนี้ 1 คณิตศาสตร์ ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 10 ราย 2.คอมพิวเตอร์ ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 85 ราย 3. วิทยาศาสตร์ทั่วไป ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 48 ราย 4.ฟิสิกส์ ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 25 ราย 5.เคมี ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 10 ราย 6.สังคมศึกษา ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 88 ราย 7.ภาษาไทย ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 6 ราย 8.ภาษาจีน ผู้สอบ สัมภาษณ์ จำนวน 3 ราย 9.พลศึกษา ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 13 ราย 10. ดนตรีสากล ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 7 ราย 11. การบัญชี ผู้สอบสัมภาษณ์ จำนวน 84 ราย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจเยี่ยมสนามสอบครูผู้ช่วย สพม.10

575466.jpg

สพม.10 ได้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี 2557 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 ระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2557 ณ สนามสองโรงเรียนคงคาราม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มีผู้สมัครเข้ารับการสอบคัดเลือก จำนวน 205 คน โดยว่าที่ ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ รอง ผอ.สพม.10 รักษาราชการแทน ผอ.สพม.10 เป็ นประธานในการดำเนินการสอบ และในวันที่อาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2557 นายโรจนะ กฤษเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มาตรวจเยี่ยมสนามสอบ โดยมี ว่าที่ ร้อยเอกวิสาร ปัญญชุณห์ รอง ผอ.สพม.10 รักษาราชการแทน ผอ.สพม.10 และคณะผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์การจัดมาตรการในการดำเนินการสอบและการป้องกันการทุจริงอย่างจริงจัง รัด กุม ทำให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.สงขลา เขต 2 จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

575226.jpg

…..เมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน 2557 เวลา 10.00 – 12.00 น. นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผอ.สพป.สงขลา เขต 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เยี่ยมและถวายปัจจัยพร้อมภัตตาหารเพลแด่พระและสามเณร ตามโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนปี ที่ 28 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2557 ณ วัดใหม่ทุ่งคา ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โครงการดังกล่าว สพป.สงขลา เขต 2 ได้ร่วมกับวัดใหม่ทุ ่งคา จัดให้มีขึ้นทุกๆปี สำหรับปีนี้มีสามเณรเข้าบรรพชาจำนวน 80 รูป จากโรงเรียนต่างๆ ในสังกัดสพป.สงขลา เขต 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้ฝึกฝนอบรมตนเองตามพุทธวิธีเรียนรู้ศึกษาพระพุทธศาสนาและหลักการเจริญ สมาธิภาวนา

…..ผอ.สพป.สงขลา เขต 2 ได้กล่าวในโอกาสเยี่ยมสามเณรกล่าวว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขต 2 ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารให้กับสามเณรที่เข้าร่วมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งเป็นโครงการร่วมกันระหว่างวัดใหม่ทุ่งคากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขต 2 ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีทางเขตพื้นที่รับผิดชอบทางการจัดการศึกษา โดยสามเณรซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในโรงเรียนในสังกัดของเขตพื้นที่การศึกษา ในช่วงเวลาปกติสามเณรได้เล่าเรียนในภาคปกติเหมือนกับเด็กและเยาวชนคนอื่น ๆ แต่พอในช่วงปิดภาคเรียนนี้ได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ … ต้องชื่นชมกับสามเณรทุกรูปที่ได้เข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ใน 22 โรงเรียนซึงถือเป็นความสมัครใจของสามเณรเองและ เป็นความสมัครใ จของผู้ปกครอง ที่อยากเห็นสามเณรในช่วงปิดภาคเรียนได้มาศึกษาธรรมะ อย่างน้อยคิดว่าปิดภาคเรียนแทนจะอยู่บ้านเฉยๆ แต่มาศึกษาธรรมะและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มาสืบสานในส่วนของศาสนาพุทธ ก็ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี …คิดว่า 1 เดือนที่สามเณรอยู่ที่นี้คงได้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับสามเณรเอง อย่างน้อยเรื่องของสติ เรื่องของสมาธิ เรื่องของทางพระพุทธศาสนาและในส่วนต ่าง ๆ ของการเป็นสามเณร คิดว่าเมื่อสิ้นโครงการนี้ และเมื่อสามเณรได้สึก สิ่งที่ตามติดตัวสามเณรไปคือคุณงามความดี อย่างน้อยได้ทำสิ่งดี ๆ เป็นแบบอย่างกับเพื่อนอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ได้มาเข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ทางเขตพื้นที่การศึกษา … ขอขอบคุณทางอาจารย์ ตลอดเวลาซึ่งท่านได้ประสานงานมาตลอดว่าปีนี้โครงการยังเหมือนเดิม ทำอย่างไรให้ได้ประชาส ัมพันธ์ให้เด็กและเยาวชนมาบรรพชากัน ซึ่งปีนี้อาจจะน้อยกว่าปีที่ผ่านด้วยระยะเวลาที่รีบเร่ง ปีที่แล้ว 100กว่ารูป ปีนี้ 80 รูป ก็คิดว่าเป็นโครงการที่ดี ทางเขตเองอยากสนับสนุนโครงการนี้ตลอดไปกับวัดใหม่ทุ่งคา เพื่อให้เห็นถึงความจรรโลงสิ่งดีงาม ให้เห็นถึงการสืบสานเห็นถึงความเป็นพุทธมามกะที่ดีที่จะทำให้ศาสนาพุทธมีความเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่สำคัญก็คือ เด กและเยาวชนของชาติเป็นเด็กที่มีความสมบูรณ์โดยเฉพาะด้านจิตใจด้านคุณธรรม ส่วนสำนักงานเขตพื้นที่วันนี้ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารให้กับสามเณรให้กับพระคุณเจ้า … ถือว่าสิ่งที่ทำในวันนี้ขอให้ส่งผลดีต่อทุกๆคนที่ได้มาร่วมอนุโมทนาในวันนี้ ขอขอบคุณวัดใหม่ทุ่งคาและทางพระอาจารย์อีกครั้งหนึ่งที่ได้ทำโครงการดี ๆ ให้กับเยาวชน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

เลขา กพฐ. ตรวจเยี่ยมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพม.7

574288.JPG

+++เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2557 นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตรวจเยี่ยมสนามสอบบรรจุครูผู้ช่วยฯ ครั้งที่ 1/2557 ณ สนามสอบโรงเรียปราจิณราษฎรอำรุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 โดยมีนายวีระพงศ์ เดชบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 รายงานผลการดำเนินการสอบทั้ง 3 สนามสอบได้แก่ รร.ปราจิณราษฎรอำ ุง รร.ปราจีนกัลยาณี และ วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี ดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่พบอุปสรรคปัญหาใดๆ และไม่พบการทุจริต ซึ่งทาง สพม.7 ได้ดำเนินการสอบแบบคุมเข้มและรัดกุมทุกระบวนการขั้นตอน+++ – See more at: http://www.spm7.go.th/main/news/1395.html#sthash.vlOOtlqp.dpuf วรัญญภรณ์ ชาลีรักษ์ ภาพ/ข่าว

21 เมษายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พระเทพฯทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์งานวิจัย”สกว.”

a8cjfcaajgjg6a5ha8ba6.jpg

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดอาคารวิจัยและพัฒนา ณ บริษัทอุตสาหกรรมเครื่องหอมไทย-จีน จำกัด ณ ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจการของบริษัทฯ พร้อมทั้งทอดพระเนตรกิจกรรมและงานโครงการความร่วมมือกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ส ามบรมราชกุมารี และภาครัฐต่าง ๆ รวมถึงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยมี ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สกว. เฝ้าฯรับเสด็จ

นางบังอร เกียรติธนากร รองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เปิดเผยว่า การทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ครั้งนี้มีงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนของ สกว. รวมทั้งสิ้น 4 โครงการ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ขาดแคลนทั้งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและงบประมาณ การสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย นักวิจัย และองค์ความรู้ทางวิชาการของ สกว. จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประ อบการที่จะนำปัญหามาเป็นโจทย์วิจัยและสามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการนำงานไปใช้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังได้สามารถนำความรู้จากงานวิจัยในด้านกระบวนการผลิตไปประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบตัวอื่นในวิธีการเดียวกัน เพื่อให้มีความน่าสนใจและหลากหลายมากขึ้น “ข้อดีของ สกว. คือ มีการเสริมความรู้ด้านการวางแผนธุรกิ จและช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อที่จะเป็นหลักประกันแก่ผู้ประกอบการว่าสามารถขายได้จริง ไม่พลาดเรื่องการลงทุน และมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา ผลงานวิจัยที่ได้จึงมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามยังมีข้อกังวลว่าการลงทุนด้านวิจัยค่อนข้างใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่จะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ หากตลาดไม่ตอบรับก็ต้องทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป ”

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยของ สกว. ทั้ง 4 โครงการ ประกอบด้วย “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากข้าวหอมมะลิไทย” ซึ่งนำสารสกัดที่สำคัญจากข้าวหอมมะลิ คือ แกมมาออไรซานอล กรดเฟรูลิก และกรดไลโนเลอิค มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็ง 6 ชนิด ได้แก่ มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลู หมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเม็ดสีเมลานิน อีกทั้งมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่เป็นสาเหตุของอาการผมร่วงทางพันธุกรรม นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำข้าวหมากซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ร้อยละ 79 ของกลุ่มควบคุม โดยผลการทดสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์น้ำข้าวหมากพร้อมดื่มสำหรับพัฒนาเป็นอาหารเสริม พบว่ามีค่าเปอร์เซ็นต์การกระตุ้นการเกิดการกลืนกินของเซลล์ซึ่ง ป็นรูปแบบหนึ่งของการย่อยอาหารในเซลล์ จึงเป็นประโยชน์ในการนำตัวอย่างน้ำข้าวหมากพร้อมดื่มไปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำลายเทียมสำหรับผู้ป่วยขาดน้ำลาย” เป็นการนำสารสกัดมิวซิเลจจากผักและผลไม้รวม ได้แก่ ผักปลัง แมงลัก กระเจี๊ยบเขียว ขนุน และกล้วยน้ำว้า มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยขาดน้ำลา และประยุกต์ใช้เป็นสารหล่อลื่นต่างๆ โดยการพัฒนาวิธีการสกัดมิวซิเลจจากน้ำและตัวทำละลายร่วม ผลการวิจัยพบว่าสารสกัดมิวซิเลจมีสมบัติการไหลเช่นเดียวกับน้ำลายตามธรรมชาติ การศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดมิวซิเลจจากพืชส่วนใหญ่มีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน คิดเป็น 1.01 และ 16.86 เท่าของสารมาตรฐานวิตามินซี และสารมาตรฐาน EDTA ตามลำดับ และไม่มีความเป็นพิษต่อ ซลล์ผิวหนังในช่องปาก นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการยึดเกาะของเชื้อ S. mutans ซึ่งเป็นแบคทีเรียนชนิดหนึ่งที่พบในช่องปาก และมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำลายตามธรรมชาติร้อยละ 3.90-5.50 เมื่อนำมาทดสอบกับอาสาสมัครที่มีภาวะน้ำลายแห้ง พบว่ามีความพึงพอใจต่อสีและความใกล้เคียงกับน้ำลายตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการปากและคอแห้ง รวมทั้งอาการเจ็บปวดในช่องปา และลิ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ “โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดผงพองตัวช่วยลดน้ำหนักจากผลสำรอง” ส่วนประกอบที่สำคัญในผลสำรองแห้งจะประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสามารถพองตัวได้ 10 เท่าของขนาดเดิม อุ้มน้ำได้ถึง 92 เท่าของน้ำหนักเส้นใยแห้ง อีกทั้งมีสารสำคัญที่มีองค์ประกอบย่อยเป็นน้ำตาลกาแลคโตส อราบิโนส และแรมโนส รวมถึงเส้นใยอาหา รเป็นสารในกลุ่มโอลิโกแซคคาไรด์ โพลิแซคคาไรด์ และอนุพันธ์อื่นๆ ที่ไม่ถูกย่อยโดยเอนไซม์ในระบบย่อยอาหารของมนุษย์ ช่วยในเรื่องจับไขมัน ทำให้ลดการดูดซึมของไขมัน งานวิจัยนี้ได้พัฒนาผลสำรองเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดผงสำเร็จรูปที่สามารถพองตัวในน้ำได้ดีและรวดเร็ว ใช้ผสมน้ำเตรียมเป็นเครื่องดื่มหรือใช้ผสมกับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆได้ เช่น ชา กาแฟ นม ั่วเหลือง หรือน้ำผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคอาหาร ลดน้ำหนัก “โครงการการผลิตวัตถุดิบทางเครื่องสำอางต้านริ้วรอยและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมจากข้าวด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ” สารสกัดข้าวหอมมะลิไทยมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เนื้อเยื่อเสื่อมสภาพ เพิ่มความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง รวมทั้งป้องกัน การเกิดสีผิวที่ผิดปกติ ทำให้สีผิวขาวขึ้นด้วยกระบวนการยับยั้งสร้างเม็ดสีหรือเอนไซม์ไทโรซิเนส ที่สำคัญคือสามารถลดเลือนริ้วรอยโดยยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยได้ถึงร้อยละ 70.76 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมและความคงตัวให้กับสารสกัดข้าวหอมมะลิจึงนำมาเก็บกักในถุงขนาด 210-225 นาโนเมตร (นีโอโซม) นอกจาก ี้ยังมีความปลอดภัยไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคือง จากการทดสอบประสิทธิภาพในอาสาสมัครจำนวน 30 คน พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้สีผิวขาวขึ้น ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นผิวในอาสาสมัครได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีการใส่นีโอโซมเก็บกักผงข้าวหมากในปริมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ หลังใช้ผลิตภัณฑ์สารสกัดข้าวหอมมะลิที่เก็บกักในนีโอโซมเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผิวของอาสาสมัครมีความชุ่มชื้นดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดและกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ หลังใช้ผลิตภัณฑ์เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผิวของอาสาสมัครขาวขึ้นและเมื่อหยุดใช้ไป 1 สัปดาห์ สีผิวขาวลดลงแต่ดีกว่าผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดและกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก