“ไกด์”เด็กชายขอบ

g5jbafbd59fdibbj6g95h.jpg

บนเส้นทางถนนลูกรังจากตัว อ.แม่สะเรียง สู่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไร้สัญญาณโทรศัพท์และขาดการติดต่อจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แต่ทุกเดือน ด.ญ.สกาวเดือน (ไม่มีนามสกุล) วัย 12 ปี จะต้องเดินทางออกไปในเมืองแม่สะเรียงกับยาย เพื่อซื้อของมาขายที่หมู่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม เพราะต้องทำหน้าที่เป็นล่ามแปลระหว่างภาษาไทยและปกากะญอแก่ยาย และค เมืองและเมื่อมาถึงบ้านท่าตาฝั่ง สกาวเดือนต้องทำหน้าที่จัดวางสิ่งของ และช่วยงานบ้านทุกอย่างแล้วปลีกเวลาไปทำการบ้าน เล่นกีฬา ซ้อมดนตรีและอ่านพระคัมภีร์เป็นภาษาอังกฤษ ให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน

“บ้านเราใช้โซลาร์เซลล์ ยายบอกว่าโซลาร์เซลล์เป็นพลังงานประหยัดเปิดไฟไว้นานไม่ได้ ต้องรีบทำงานให้เสร็จ ถ้าช้าก็มืดก่อน ส่วนมากหนูรีบทำงานเพราะอยากจะใช้เวลาว่างดูซีดีตอนดึกๆ พอประหยัดไฟไว้เยอะๆ ก็มีไฟดูซีดี” เด็กหญิงอธิบาย

สกาวเดือน เรียนดีและสามารถใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้คล่อง ชาวบ้านเล่าว่าเธอฉลาด ควรจะมีอนาคตที่ดี แต่ก็เป็นไปได้ยาก เพราะพ่อแม่จากไปทำงานที่ จ.กระบี่ เกือบ 5 ปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นกลับมาบ้านบนดอย โทรศัพท์หรือจดหมายก็ไม่มี สกาวเดือนภาวนาขอพรพระเจ้าให้พ่อแม่ปลอดภัย

สกาวเดือนทำงานเป็นทุกอย่าง ขยันหารายได้มาช่วยยายและรับจ้างตำข้าว รายได้ 10-20 บาทต่อครั้ง สิ่งหนึ่งที่ยืนยันมาทั้งชีวิต ตากับยาย คือบุคคลที่เธอไม่สามารถทิ้งไปไกลได้ สกาวเดือนรักตากับยาย จนต้องปฏิเสธที่จะเดินทางไปเรียนในเมืองแม่สะเรียง

ขณะที่เมืองท่องเที่ยว อย่าง อ.สังขละบุรี วันที่ใครๆ ก็ไปชมความงามของสะพานมอญ “ไข่มาน” เด็กชายชาวไทยเชื้อสายมอญ ยังคงทำหน้าที่ไกด์น้อย อธิบายประวัติของสะพานมอญที่กวาดรายได้มากถึงวันละ 300 บาทเป็นอย่างน้อย

“วันธรรมดาได้ประมาณ 300 บาทครับ วันหยุดยาว เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ก็เป็นหลักพันครับพี่” เด็กชายเล่าอย่างภูมิใจ การหารายได้ในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ได้บังคับว่าจะต้องจ่ายทุกคน บางคนฟังแล้วไม่ให้ก็มี อย่างชาวต่างชาติตะวันตกส่วนมากไม่ให้ แต่คนไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ให้แทบทุกราย ดูเหมือนว่าอาชีพไกด์และขายดอกไม้ เป็นเพียงทางเดียวที่ทำให้เด็กๆ ในชุมชนหา ายได้จากนักท่องเที่ยว

ไข่มาน มีพี่น้องชื่อไข่มวน ทั้งสองเรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านหนองลู่ เวลาว่างเสาร์ อาทิตย์ ไข่มวน จะออกมารับจ้างบนแพเอกชน ส่วนไข่มาน ก็ขายของกับเป็นไกด์ รายได้ส่วนมากเป็นค่าขนมสำหรับวันที่ต้องไปโรงเรียน และเป็นค่ารักษาพยาบาลให้ครอบครัว

ด้าน มีมี่ เด็กหญิงจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเรดาร์ ต้องลาโรงเรียนทุกวันศุกร์ เพื่อเอาผักไปขายในตัวเมืองสังขละบุรีกับแม่ โดยทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาพม่าให้แม่ที่ไม่รู้หนังสือ แก่นักท่องเที่ยวในวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะพ่อคนไทยจากไปนานแล้ว วันหยุดยาวของทุกปี มีมี่จะได้มีโอกาสเดินทางกลับบ้านที่ทวาย รัฐตะนาวศรี ประเทศพม่า พร้อมแม่ เงินรายได้ที่ ีเก็บไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในเมืองทวาย มีมี่พยายามตั้งใจเรียนหนังสือที่โรงเรียนชายแดน เพราะต้องการทำความฝัน เป็นพยาบาล ให้เป็นจริงให้ได้ในอนาคต

การศึกษาสามารถเลื่อนชนชั้นได้ ใช้โอกาสที่เกิดจากการเรียนรู้สร้างอาชีพ ให้มีฐานะสามารถเลี้ยงดูบุพการีให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคหนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้เด็กน้อยชนเผ่าทั้ง 3 คนได้ทางไปรษณีย์ได้ที่ หมู่ 7 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58110 และห้องสมุดชุมชนหนองลู หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 71240 โทรศัพท 0-3459-5305

………….. (หมายเหตุ : ‘ไกด์’เด็กชายขอบ : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐรายงาน)

วันอังคารที่ 29 เมษายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Tags: , , , , , ,

%d bloggers like this: