รวบรวมข่าว สพป. ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗

บุรีรัมย์ เขต ๓ อบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) รุ่นที่ ๒

588447.JPG

กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๕๔ โดยเฉพาะหมวด ๗ การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสาระสำคัญของการดำเนินการตามภารกิจหมวด ๗ ได้แก่ สถานศึกษาจะต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษา และฝึกอบรมแก่นัก เรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง นักเรียนและนักศึกษาต้องปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และจัดให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด พนักงานเจ้าที่ในที่นี้หมายถึง “พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ที่สำคัญต้องผ่านการฝึกอบรม ามหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทำหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ตรวจ ติดตามความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา รวมทั้งจัดกิจกรรมในการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามกฎหมาย

กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๓ จึงได้จัดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กนักเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีความรู้ ควา เข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับนักเรียน

เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นายวิทยา จันทร์ฉลอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) รุ่นที่ ๒ ณ ห้องพนมปุรี โรงแรมพนมปุรี อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

บุรีรัมย์ เขต ๓ อบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) รุ่นที่ ๒

588447.JPG

กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๕๔ โดยเฉพาะหมวด ๗ การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสาระสำคัญของการดำเนินการตามภารกิจหมวด ๗ ได้แก่ สถานศึกษาจะต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษา และฝึกอบรมแก่นัก เรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง นักเรียนและนักศึกษาต้องปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และจัดให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด พนักงานเจ้าที่ในที่นี้หมายถึง “พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ที่สำคัญต้องผ่านการฝึกอบรม ามหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทำหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ตรวจ ติดตามความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา รวมทั้งจัดกิจกรรมในการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการความรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามกฎหมาย

กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๓ จึงได้จัดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กนักเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีความรู้ ควา เข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับนักเรียน

เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นายวิทยา จันทร์ฉลอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) รุ่นที่ ๒ ณ ห้องพนมปุรี โรงแรมพนมปุรี อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

สพป.เชียงใหม่เขต ๒ รุกพัฒนาครูภาษาอังกฤษจับมือ บริติสเคาซิล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษ

588429.JPG

เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ สวนบัว รีสอร์ท โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่เขต ๒ เป็นประธานเปิดการประชุม “The communication language teaching Approach and Integrating in classroom Training Workshop for English Teacher” โดยได้กล่าวบางตอนเกี่ยวกับความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษไว้ว่า ในปัจจุบันครูคนไทยไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษมากนักส่วนใหญ่จะใช้ในห้องเรียนเป็นส่วนใหญ่ และมีความเห็นว่าครูผู เข้าร่วมประชุมว่าครูคนไทยควรใช้ภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องอายในการพูดภาษาอังกฤษแม้กระทั้งการพูดนอกห้องเรียนหรือนอกเวลาสอนก็ควรใช้สิ่งเหล่านี้จะทำให้ครูไทยมีประสิทธิภาพในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ทางด้านนางสาววนิจษ์ตา โชติวิดิษฐ์กุล หัวหน้าโครงการได้คาดหวังว่าประการแรกคือ ครูสามารถใช้ภาษาอังกฤษใช้ในการสื่อสารประการถัดมาคือ ครูมีค ามเข้าใจในการสอนแบบ CLT(Communicative Language Teaching) ไปใช้ในชั้นเรียนได้และประการสุดท้ายคือครูมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารส่วน นางจีรนันท์ ยาวิสิทธิ์ เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดกิจกรรม มีครูเข้ารับการอบรมที่เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จำนวน 100 คน นางมาลี จันทร์สีทอง หนึ่งในผู้เข้ารับการอบรม ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการอบรมว่า เป็นโครงการที่ดี ตนเองเชื่อ ว่าจะนำความรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนได้ดีต่อไป ในขณะที่นางปิยะวดี ยะแก้ว วิทยากรผู้ช่วย หนึ่งในทีมงาน ได้กล่าวถึงความหมายของ เนื้อหาของการอบรม CLT(Communicative Language Teaching) ว่า มีองค์ประกอบ กล่าวคือ ผู้เรียนต้องกับสื่อสารกับผู้อื้นได้ดี( Learners communicate with each other). ทำใบงานหรือใบกิจกรรม (Completion of take).ใบงานเกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษของเด็กนักเรียน (Lots of speaking takes.)ให้เด็กทำงานเ ็นกลุ่มหรือทำงานเป็นคู่ในการทำกิจกรรม( Pair, group and mingling activities .)ให้ความสำคัญต่อการสนทนามากกว่าการใช้แกรมมา(Less focus on from/grammar initially.)กติกาการเล่นต้องสาธิตการใช้ให้ชัดเจน(Teacher’s role is to facilitate and monitor.)ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการบริหารห้องเรียนและระบบการบริหารอย่างเป็นระบบ( Focus on effective classroom management and classroom management systems.)ต้องมีข้อมูลสะท้อนกลับ(Feedback on task and language. )ให้เด็กเป็นผู้ให้ความสำคัญของการสื่อสาร( Use of more learner-centered, published materials with a focus on communication).ให้ความสำคัญต่ออุปกรณ์การเรียนการสอน Authentic contexts ,materials and takes. ข่าว /ภาพ โดย : คมกริช หาญกล้า

นักศึกษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ สพป.เชียงใหม่เขต ๒

กรศิริ กรองสุดยอด : อนุมัติข่าว

30 พฤษภาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Tags: , , , , , , , ,

%d bloggers like this: