หวั่น”พาสปอร์ตความดี”ชนวน..สร้างเรื่องโกหก?

หวั่น”พาสปอร์ตความดี” ชนวน.. สร้างเรื่องโกหก? : HotติดWeb

agagfgfgeb7hjkie8bca7.jpg

พลันที่ “สุทธศรี วงษ์สมาน” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ว่า จะจัดทำพาสปอร์ตความดีของนักเรียนทุกระดับชั้น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) โดยให้มีการจดบันทึกความดีสิ่งที่ตนเองได้ทำในทุกวัน ลงในพาสปอร์ตความดี และให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นรับรองให้ แถมช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาอีกด้วย

กลับถูกกระแสต่อต้านทันที จากสังคมโซเชียลมีเดียด้วยการตั้งแฟนเพจ “คัดค้านพาสปอร์ตความดี” ขึ้นมา ด้วยเหตุผลว่า “ขอคัดค้านการจัดทำพาสปอร์ตความดี เพราะไม่ได้ทำให้เด็กทำความดีมากขึ้น เเต่จะทำให้เด็กโกหกเก่งมากขึ้น”

คุณ “ชัยภัทร คนปากไม่อ่อนแต่ใจไม่แข็งพอ ปทุมทา” มองว่า ความดีหลายอย่าง ไม่สามารถเขียนเป็นรายงานหรือนับจำนวนครั้งได้ เพราะใครก็เขียนได้ นับได้ แม้ไม่ใช่คนดี แต่ความดีมันอยู่ในสำนึกและแสดงออกมาผ่านพฤติกรรม บางครั้งนับเป็นตัวเลขไม่ได้ เช่น สำนึกในระบอบประชาธิปไตย ที่ชี้วัดเรื่องความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ต้องถามว่าคนเสนอเรื่องนี้มีสำนึกเหล่านี้หรือไม่ หากไม่มีอย่าได้คิดจะมาวัดความดีคนอื่นเลย

คุณ “สองเมือง นาราศรี” มองว่า พาสปอร์ตความดี เป็นตัวแทนเสมือนทำความดีเพื่อเอาหน้า แย้งกับคำว่า ปิดทองหลังพระ

คุณ “Mam Wiwan” คัดค้านว่า การทำความดี เป็นคุณธรรมที่ต้องปลูกฝังที่ใจ ไม่ใช่เอาผลทางรูปธรรมด้วยเอกสารหลักฐาน แค่แนวคิดก็ขัดแล้ว จริยธรรมด้วยการตลาดหรือทุนนิยม

นอกจากนี้ แฟนเพจดังกล่าว ยังถูกแชร์เป็นกระทู้ในพันทิปดอทคอม โดยคุณ “สมาชิกหมายเลข 778837” โพสต์ข้อความว่า “ขอคัดค้านพาสปอร์ตความดี” มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าไม่สมควร จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กโกหกมากขึ้น

อาทิ “สมาชิกหมายเลข 704534” อ้างว่า นักเรียนเกาหลีเหนือ มีสมุดจดประจำวัน เมืองไทยก็เคยมี หรือสมุดประจำตัวนักเรียน เมื่อก่อนสมุดต้องสะอาด สะอาดนี้หมายถึงมีแต่ความดี หาที่ไม่ดีน้อยมาก ทุกคนเลยต้องโกหกตัวเองและผู้อื่น ด้วยการจดจารลงบนสมุดแห่งความดีนี้ คนคิดคงเจ็บปวดกับการจดจารความเป็นไปของการเรียนของตนในวันนั้น เคยบอกหลายร้อยหลายพันครั้ง อย่าเอาข้าราชการที่เกิดจากระบบขั้นระบบตอนลำดับชั้น มาบริหารบ้านเมือง

ขณะที่ บางความเห็นมองว่า เป็นเรื่องที่ดีที่โรงเรียนจะฝึกฝนให้เด็กทำดี อย่าง “ผึ้งน้อยพเนจร” มองว่า ไม่คิดว่าบ้าบอ เพราะตอนสมัยที่ผมเรียนโรงเรียนระบบของอังกฤษ (สาขาประเทศไทย) ก็ต้องมีสมุดจดสิ่งที่ทำดีทำถูกต้องแบบนี้ทุกคน แต่เขาไม่เรียกว่า “พาสปอร์ต” เรียกว่า “journal” เป็น 1 ในวิชา Ethics จากข่าวเด็กที่จดลงสมุด ผู้ปกครองต้องตรวจก่อน แต่ของผมไม่ต้องผ่านผู้ปกครอง ครูจะตรวจ แล้วให้เด็กออกมาอ่านหน้าชั้น.. ถ้าที่โรงเรียนไม่เป็นที่ฝึกสอนอบรมเด็ก จะให้คิดเองได้ก็คงไม่ใช่เด็กแล้วครับ

ด้าน “นางสุทธศรี วงษ์สมาน” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) บอกถึงการที่เด็กออกมาคัดค้านกรณีที่จะเสนอให้นำแบบบันทึกความดีต่างๆ ทั้งพาสปอร์ตความดีหรือสมุดพกความดีไปเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกเด็กเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาว่า เรื่องนี้เป็นเพียงการพูดคุยในที่ประชุมยังไม่เป็นข้อยุติ เพราะต้องรับฟังความเห็นจากหลายฝ่ายก่อน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีข้อคิดเห็นที่หลากหลาย จึงขอให้ทุกหน่วยงานนำไปเป็นข้อคิดว่าทำอย่างไร จึงจะทำให้เรื่องการส่งเสริมให้เด็กทำความดีอย่างยั่งยืน อย่างเป็นรูปธรรม จนหยั่งรากลงไปในจิตใจของเด็ก

ขณะที่ นายศุภกร วงศ์ปราชญ์ รองปลัด ศธ. ฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เสริมว่า สำหรับลูกเสือทุกคนจะต้องมีสมุดบันทึกความดีประจำตัวลูกเสือ ซึ่งเมื่อลูกเสือคนไหนทำความดีจนถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ได้แก่ เหรียญลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์พร้อมเกียรติบัตร โดยลูกเสือทุกคนจะมีโอกาสได้รับถึง 3 เหรียญตั้งแต่ขั้นที่ 3 ถึงขั้นที่ 1 ด้วยการสะสมความดีขั้นละ 100 ความดี เป็นต้น

เช่นเดียวกับ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ยอมรับว่า การที่เด็กในสังกัด ศธ.ทุกระดับชั้นจัดทำสมุดพกความดี หรือพาสปอร์ตความดี เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา สอดรับกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยรับนักเรียนที่มีพฤติกรรมดีเข้าเรียนต่อ โดยอยากสนับสนุนเด็กที่มีจิตอาสา หรือเด็กที่มีพฤติกรรมที่ดีต่อสังคม และสร้างสรรค์สังคมได้มีโอกาสเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาให้เด็กเป็นเยาวชนที่ดี และเป็นผู้ใหญ่ที่คิดถึงสังคมมากขึ้น ไม่ใช่มุ่งแต่เรียนกวดวิชา

“หากจะผลักดันให้นักเรียนระดับประถมศึกษามีค่านิยมสร้างสรรค์สังคม เพื่อความก้าวหน้าของไทยต่อไปในอนาคต ควรมีการสะสมพฤติกรรมการทำความดีของเด็ก แต่ในที่ประชุมยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้วิธีใด แต่ได้เน้นย้ำต้องเป็นวิธีที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของสังคม นักเรียน ที่สำคัญต้องเป็นวิธีที่ทำให้สังคมมั่นใจได้ว่าไม่ใช่ช่องทาง หรือเปิดช่องให้เกิดกรณีเล่นพรรคเล่นพวกเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้เป็นการแข่งทำความดีเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย หรือเด็กเข้าร่วมกิจกรรมเพียงเพื่อไปร่วมกิจกรรม แต่อยากให้ทำจนเป็นนิสัย หรือเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำอยู่ตลอด และทำด้วยความเต็มใจไม่ใช่เป็นการบังคับ” รศ.นพ.กำจร กล่าวทิ้งท้าย ……….. (หมายเหตุ : หวั่น’พาสปอร์ตความดี’ ชนวน.. สร้างเรื่องโกหก? : HotติดWeb)

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Tags: , , , , , , , , ,

%d bloggers like this: