ขอเรือมีหลังคา…หนูก็พร้อมสู้เพื่อได้เรียน

ขอเรือมีหลังคา…หนูก็พร้อมสู้เพื่อได้เรียน : โดย…จิติมา จันพรม

g8ajafi78cjfdik9cf767.jpg

นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 38 คน ของบ้านกุดหิน หมู่ 7 ต.หว้าทอง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ต้องอัดแน่นกันในเรือลำเดียว ระหว่างเดินทางไป-กลับจากโรงเรียนบ้านท่าลาด ต.หนองเรือ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

แม้จะเป็นวิถีชีวิตที่คุ้นเคยมานาน เห็นพี่อุ้มน้องขึ้น-ลงเรือ เห็นผู้ปกครองมายืนรับ-ส่งจนชินตา แต่ก็สร้างความวิตกกังวลถึงความปลอดภัย เนื่องจากเรือแค่ลำเดียวต้องบรรทุกคนถึงเที่ยวละ 38 คน ทั้งที่มีที่นั่งสำหรับ 20 คนเท่านั้น ซ้ำยังอยู่ในสภาพค่อนข้างเก่า

วลักขณา สาระกิจจานนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านท่าลาด เล่าว่า วิถีชีวิตของชาวบ้านกุดหินอยู่กับเรือและน้ำ พ่อแม่นักเรียนมีอาชีพประมง การเดินทางจึงต้องใช้เรือเท่านั้น แต่ในฐานะครู นอกจากการเรียนการสอนแล้วจะต้องดูแลถึงความเป็นอยู่ ความปลอดภัย เพื่อคุณภาพที่ดีของเด็กนักเรียน

ระยะเวลาปีเศษ ในฐานะ ผอ.โรงเรียนบ้านท่าลาด วลักขณา พบว่า นักเรียนที่มาจากบ้านกุดหิน มักมีปัญหาขาดเรียน ขาดสอบ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เนื่องจากเรือโดยสารไม่มีหลังคา ขากลับถ้าฝนตกก็ต้องรอจนฝนหยุด บางวันถึงบ้านมืดค่ำ เกรงจะเกิดอันตราย ยิ่งเมื่อน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มขึ้นระยะทางก็จะขยายออกอีกเกือบเท่าตัว

“เบื้องต้นคือ อยากได้เรือที่ได้มาตรฐาน เหมาะสำหรับบรรทุกผู้โดยสารนักเรียน 38 คน มีระบบความปลอดภัย” วลักขณาเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายทั้งราชการ ท้องถิ่น ทั้งของ จ.หนองบัวลำภู และขอนแก่น รวมถึงเอกชน จนได้เริ่มตั้งกองทุนรวมน้ำใจ เพื่อใช้ในการบริหารการจัดการเรือ ซื้อเรือลำใหม่ รวมทั้งค่าน้ำมันด้วย”

นักเรียนที่มาจากบ้านกุดหินส่วนใหญ่ เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน บางคนเป็นนักกิจกรรม นักกีฬา และมีผลการเรียนดีเด่น แต่มีหลายคนที่ต้องเสียโอกาสเพราะขาดเรียนบ่อย เรียนไม่ทันเพื่อน ผู้ปกครองไม่ให้เรียนต่อ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นการสูญเสียโอกาสที่ดี

ขณะที่ เฉลิมชัย ชละธาร นายอำเภอภูเวียง บอกว่า รับทราบปัญหาและไปพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อให้ระมัดระวังในช่วงหน้าฝนนี้แล้ว อย่างแรกคือกำชับกำนันผู้ใหญ่บ้านให้จัดเรือรับส่งนักเรียน 2 เที่ยวและกำชับให้ทุกคนสวมเสื้อชูชีพ พร้อมกันนี้ก็ต้องมีกรรมการหมู่บ้านเข้ามาดูแลเรือและจัดตารางเวลารับส่ง

ส่วน อำนวย หมื่นทุม ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกุดหิน หมู่ 7 ซึ่งพักอาศัยอยู่เกาะกลางเขื่อนอุบลรัตน์แห่งนี้มานานกว่า 40 ปี เล่าว่า เมื่อก่อนมีครูจากที่อื่นมาสอนนักเรียนบนเกาะ แต่ครูคนเดียวไม่เพียงพอ ที่สุดเด็กนักเรียนก็ต้องนั่งเรือไปเรียนที่บ้านท่าลาด

เรือเหล็กลำนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ 5 หมื่นบาท จากการขายเรือเหล็กลำเก่าที่จัดซื้อมาด้วยงบประมาณเอสเอ็มแอลเพื่อประกอบกิจการแพท่องเที่ยวแต่ล้มเหลว เรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 6 บาททั้งสองเที่ยว ใช้งานมาแล้ว 13 ปี

“ทำให้เกิดความวิตกกังวลถึงความไม่ปลอดภัย ถ้าจะให้นั่งคนละเที่ยวก็จะเกี่ยงกันเพราะต่างก็ต้องการเข้าเรียนให้ทัน จึงต้องนั่งไปพร้อมกันทีเดียว ขณะนี้จึงต้องการได้เรือที่ใหญ่กว่านี้ มีมาตรฐาน ปลอดภัย มีหลังคา และมีเสื้อชูชีพ ห่วงยางห้อยบนเรือ ให้เด็กหยิบฉวยได้ทันที ให้ปลอดภัยที่สุดเพราะที่ผ่านมาบางวันต้องขาดเรียนเพราะฝนตกไปโรงเรียนไม่ได้ หรือบางวันฝนตกระหว่างอยู่กลางน้ำ ต้องเปียกกลับบ้านหรือตัวเปียกไปเรียนก็มี” อำนวย บอก

ด้าน น.ส.สุพัตรา หมื่นทุม นักเรียนชั้น ม.3 ประธานนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าลาด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลน้องร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นอีก 6 คน ที่มาจากบ้านกุดหิน ในช่วงเลิกเรียนจะต้องมานั่งจัดแถว นั่งรอ นับจำนวนจนครบทุกคน จึงเดินเรียงแถวไปหยิบเสื้อชูชีพที่แขวนไว้กับผนังอาคารหอประชุม ดูแลน้องจนสวมเสื้อครบทุกคนแล้วจึงพาเดินเรียงแถวออกจากโรงเรียนไปที่ท่าเรือ ซึ่งห่างจากโรงเรียนประมาณ 200 เมตร รอขึ้นเรือที่มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นคนขับและคอยช่วยเหลือรุ่นพี่อุ้มน้องขึ้นลงเรือ

น้องสุพัตราบอกว่า หน้าฝนอากาศแปรปรวน ไม่รู้ฝนจะมาตอนไหน ทำให้กังวล บางวันฝนตกหนัก เกิดพายุ ฟ้าร้อง น่ากลัวมาก จะไม่กล้านั่งเรือกันแม้ว่าจะคุ้นเคยกับการนั่งเรืออยู่กับเรือมาตลอดก็ตามต้องรอให้ฝนหยุดเสียก่อน บางวันตกนานกลับถึงบ้านมืดค่ำ บางวันเตรียมตัวขึ้นเรือฝนตกก่อนเสื้อผ้าเปียกต้องกลับไปเปลี่ยนหรือบางทีต้องยอมเปียกไปเรียนเพราะฝนตกระหว่างทางก็ต้องไปต่อเพราะไม่อยากขาดเรียน

“ตอนนี้ได้ช่วยเหลือดูแลน้องๆ แต่หลังจากจบ ม.3 แล้วจะต้องไปเรียนต่อที่อื่น ตั้งใจว่าจะไปสอบเข้าเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ในเมืองขอนแก่น ซึ่งจะไม่ได้เดินทางร่วมกับน้องๆ ทุกวัน จึงอยากให้ได้เรือดีๆ แค่มีหลังคากันแดดกันฝนให้แก่น้องๆ ได้นั่งไปเรียน แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เพราะหากจะให้เราไปเรียนที่อื่นคงลำบาก” สุพัตรา บอก

เช่นเดียวกับ น้องมุกมณี บุญปก นักเรียนชั้น ป.3 เล่าให้ฟังระหว่างลงเรือแล้วเดินเท้ากลับบ้านว่า ปฏิบัติตัวดีทุกครั้งที่นั่งเรือจะสวมเสื้อชูชีพตลอด ทำตามที่ผู้ใหญ่สอนเพื่อป้องกันอันตราย แต่ตอนนี้อยากได้เรือลำใหม่ นั่งให้สบาย ให้มีหลังคากันแดดกันฝน โดยเฉพาะตอนนี้ฝนตกบ่อย บางวันน่ากลัวมากต้องขอไม่ไปโรงเรียนทั้งที่ไม่อยากขาดเรียน และรู้ว่าตอนนี้ทุกคนที่บ้านเป็นห่วงในการเดินทาง โดยเฉพาะย่าจะนั่งรอเวลากลับด้วยความเป็นห่วงไม่อยากให้ย่าเป็นห่วงมากกว่านี้ ถ้าได้เรือดีๆ ย่าคงจะหายกังวล

บ้านกุดหิน หมู่ 7 เป็นเกาะกลางน้ำท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ พื้นที่รวม 700 ไร่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวน 50 หลังคาเรือน ประชากรรวม 213 คน จุดที่ตั้งของหมู่บ้านหรือชุมชนจะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะอยู่ใกล้กับที่ดินบนเกาะกุดหินกรรมสิทธิ์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งแต่มาสร้างเขื่อนปี 2508 แต่ชาวบ้านที่เคยอาศัยก็ไม่ยอมย้ายออก จนสุดท้ายขออาศัยอยู่ด้วยเงื่อนไขการเช่า เนื่องจากความคุ้นเคย และส่วนใหญ่ต่างก็ประกอบอาชีพประมง จับปลาแบบยกยอ และทำนา โดยจ่ายค่าเช่าให้แก่กฟผ.ปีละ 20 บาทต่อไร่ มีการก่อสร้างถนนผ่ากลางหมู่บ้าน มีไฟฟ้าใช้เพียงพอ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: