มติสภาจุฬาฯยื่นอุทธรณ์คณะแพทย์

นายกสภาจุฬาฯ เผยมติเสียงส่วนใหญ่ เห็นพ้องยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองกลางกรณีคณะแพทย์

598a5be9adkhebik5ej6d.jpg

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาจุฬาฯ ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาสั่งเพิกถอนมติของสภาจุฬาฯ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ที่ไม่พิจารณาแต่งตั้ง นพ.ประสงค์ ศิริวิริยะกุล ให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตามที่คณะกรรมการสรรหาชุดแรกเสนอ และให้เพิกถอนมติของสภาจุฬาฯ มหาวิทยาลัยที่แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณบดีแพทยศาสตร์ชุดใหม่

รวมถึงเพิกถอนกระบวนการสรรหาและแต่งตั้ง นพ.โศภณ นภาธร ให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยสภาจุฬาฯ มีมติส่วนใหญ่ เห็นชอบให้ฝ่ายบริหารยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง ภายในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ตามขั้นตอนและระเบียบที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกัน ก็ขอให้ไปดำเนินการรอมชอม ทำความเข้าใจเพื่อให้คณะแพทยศาสตร์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษา โดยยึดตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 16 วรรค 1 เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หรือกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลาง เจ้าหน้าที่หรือกรรมการผู้นั้นจะทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้นไม่ได้ ซึ่งทางศาลอาจจะมีความเห็นต่างกับสภาจุฬาฯ ชุดก่อน ดังนั้น ศาลจึงมีคำพิพากษาแบบนี้ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยเองก็คงต้องอุทธรณ์แย้ง ไปว่าเห็นว่ากรณีดังกล่าวมีสภาพร้ายแรง อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวไม่ถือว่าเอกฉันท์ แต่ถือเป็นมติส่วนใหญ่ของสภาจุฬาฯ

“ดิฉันและกรรมการสภาฯ ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า การแก้ปัญหาทางกฎหมายก็ส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องแก้ปัญหาเชิงบริหาร เพื่อให้มีทางออกที่เหมาะสมให้คณะแพทย์ฯ สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องบุคลากรภายในที่เกิดจากการสรรหา แต่ด้วยเงื่อนเวลาที่ต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ทำให้การพิจารณาเชิงไกล่เกลี่ยในเชิงรอมชอมไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้น ในแง่กฎหมาย ถ้าจุฬาฯ ไม่อุทธรณ์ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมก็เห็นว่า อาจจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเกินไป ดังนั้นจึงให้ยื่นอุทธรณ์ไปชั้นหนึ่งก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ดำเนินการรอมชอม เพื่อทำความเข้าใจ รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกันทั้งทั้ง2ฝ่าย”นายกสภาจุฬาฯ กล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ได้พยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะการทำอะไร ต้องได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งทางนพ.ประสงค์ ได้ขอพบและบอกว่ารู้สึกเสียใจที่สภาจุฬาฯ ต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ทางนพ.โสภณ ไม่ได้พบกัน อย่างไรก็ตาม นพ.โสภณ จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์ฯ จุฬา ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2558 กระบวนการตรงนี้ก็ต้องดูแลให้ดี เพราะอีกไม่นานก็ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Tags:

%d bloggers like this: