วอนประยุทธ์สนใจปัญหาเหมืองทองคำ

ตัวแทนชาวบ้านร้อง “ดีเอสไอ” รับ “คดีเหมืองทอง” เป็นคดีพิเศษ ชี้ปล่อยสารปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ ปชช.ป่วยกว่า 600 คน วอน “ประยุทธ์” สนใจปัญหา-ผลกระทบ

68hijb9eika7g8gb58bcb.jpg

14 พ.ค. 58 นางวันเพ็ญ พรหมรังสรรค์ แกนนำชาวบ้าน และตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอความเป็นธรรม และให้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ โดยนางวันเพ็ญ กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ ตั้งแต่ปี 2553 โดยในกระบวนการขุดแร่ มีการปล่อยสารปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นโลหะหนักประเภท สารหนู แมงกานีส และไซยาไนด์ ทำให้ชาวบ้านมีอาการเจ็บป่วยจำนวนมาก ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคผิวหนัง

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยรังสิต ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเลือดของประชาชน และตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ พบว่า มีสารหนูปนเปื้อนในเลือด และในน้ำพบสารไซยาไนด์ปริมาณสูง ซึ่งสารดังกล่าวเป็นสารอันตรายกับประชาชน นอกจากนี้ยังพบบริษัทนำสารประเภทดังกล่าวมาใช้ในการสกัดทองคำวันละประมาณ 7 ตัน โดยจุดที่มีการสกัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ชุมชน แม้ว่ากรมควบคุมมลพิษกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงไปตรวจสอบ และระบุว่า โครงการเหมืองแร่ดังกล่าวไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน และได้แจ้งให้ประชาชนห้ามดื่มน้ำจากบ่อบาดาล หรือระบบประปา แต่จนถึงขณะนี้ ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข

ชาวบ้าน ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กล่าวว่า ในพื้นที่ จ.สระบุรี และลพบุรี ทราบว่า บริษัทดังกล่าวเตรียมเปิดสัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำเพิ่มอีก 11 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสระบุรี และลพบุรี เป็นพื้นที่หนึ่งที่จะมีการเข้ามาทำเหมือนแร่ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อมูล แต่คนที่ติดตามข้อมูลที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านทั้ง 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และร่างกาย มีความเป็นห่วงและต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยับยั้งการขยายกิจการออกไปก่อน หลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านที่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี

ด้านชาวบ้าน ต.ท้ายเหมือง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ได้นำหลักฐานการตรวจเลือดจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีทั้งการตรวจหาสารหนูในปัสสาวะ และสารไซยาไนด์ในเลือด แคดเมียมในตับและไต พบว่า ไซยาไนด์มีค่าปกติ แต่สารหนูพบว่ามีสูงเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่ค่าอื่นเป็นปกติ รู้สึกกังวลเพราะผลการตรวจของสมาชิกในครอบครัว ปรากฏว่า มีผลเดียวกันทั้งหมด จึงต้องการเรียกร้องให้มีการแก้ไขโดยเร็ว เพราะขณะนี้มีชาวบ้านใน 3 จังหวัด มีอาการเจ็บป่วยมากกว่า 600 คน

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กล่าวว่า เบื้องต้นกรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.แร่ และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ซึ่งเป็นสารพิษที่ตรวจพบในร่างกายของชาวบ้าน มีความเป็นไปได้ว่าเกิดจากกระบวนการผลิตแร่ เนื่องจากเป็นกรณีที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก และมีผลกระทบรุนแรง ดังนั้นจะเร่งพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ และมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหรือไม่ โดยดีเอสไอจะนำผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบการพิจารณาด้วย

วอน’ประยุทธ์’สนใจปัญหาเหมืองทองคำ เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.ถนนพิษณุโลก) มีกลุ่มเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกิจการเหมืองแร่ทองคําจาก 7 จังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนบน อาทิ พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร สระบุรี ลพบุรี ประมาณ 40 คน นําโดยนางวันเพ็ญ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านสัมปทานทองคํา อาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคําเสมอ รวมถึงการตกลง (MOU) สํารวจ แร่เหล็ก แร่ควอตซ์ ในเขตพื้นที่ทหาร โดยนางวันเพ็ญ กล่าวว่า ประชาชนบริเวณรอบเหมืองแร่หลายพื้นที่ ทั้ง พิษณุโลก สระบุรี ได้รับผลกระทบจากการทําเหมืองแร่ และมีการปนเปื้อนของสารเคมีในสิ่งแวดล้อมโดยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และหากมีการอนุมัติให้มีการทําเหมืองแร่เพิ่มขึ้น ประชาชนจะไดรับผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งการดําเนินการเหมืองแร่ทองคําที่ผ่านมา เป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชนและละเมิดกฎหมายหลายฉบับรวมทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีปล่อยสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งนํ้า และมีการใช้ระบบประมูลที่ดินเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐโดยให้ผู้ ประกอบการได้สิทธิ์ในที่ดินในขณะที่ประชาชนจํานวนมากยังขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทํากิน ยกตัวอย่าง มีการประกาศให้พื้นที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นที่ ส.ป.ก.ตั้งแตปี 2553 แต่ยังไม่ดําเนินการให้เอกสารสิทธิ์กับประชาชน แต่มีการใช้กฎหมายป่าไม้มาดําเนินการ จนประชาชนบางส่วนต้องออกจากที่ดินตัวเอง จากนั้นปรากฏว่า มีนายทุนได้เขามาสํารวจแร่ทองคํา เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ การนําที่ดินกลับไปเป็นพื้นที่ป่าไม้แต่อย่างใด นางวันเพ็ญ กล่าวอีกว่า อีกทั้งการเปิดให้สํารวจเพื่อทําเหมืองแร่ในพื้นที่ทหาร อาจส่งผลกระทบสร้างความเสียหายตามมาอีก ซึ่งการกระทําดังกล่าวประชาชนขาดที่ดินทํากินและมีการนํากฎหมายมาบังคับใช้เอาผิด ถือว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ “ขอให้นายกรัฐมนตรี ระงับการปลดล็อกนโยบายทองคํา การให้อาชญาบัตรและประทานบัตร อันเป็นการให้สัมปทานที่ละเมิดสิทธิ์ของประชาชน เพื่อบริหารจัดการให้แร่เป็นสิทธิ์รวมกันของรัฐและประชาชน ภายใต้การจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอย่างแท้จริง แทนการให้ต่างชาติและนายทุนบางกลุ่มได้ประโยชน์ แต่ประเทศได้เพียงค่าภาคหลวงแร่เท่านั้น ซึ่งเป็นผลที่ได้ไม่คุมการสูญเสียทรัพยากร”

วอน’ประยุทธ์’สนใจปัญหาเหมืองทองคำ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.ถนนพิษณุโลก) มีกลุ่มเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกิจการเหมืองแร่ทองคําจาก 7 จังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนบน อาทิ พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร สระบุรี ลพบุรี ประมาณ 40 คน นําโดยนางวันเพ็ญ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านสัมปทานทองคํา อาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคําเสมอ รวมถึงการตกลง (MOU) สํารวจ แร่เหล็ก แร่ควอตซ์ ในเขตพื้นที่ทหาร

โดยนางวันเพ็ญ กล่าวว่า ประชาชนบริเวณรอบเหมืองแร่หลายพื้นที่ ทั้ง พิษณุโลก สระบุรี ได้รับผลกระทบจากการทําเหมืองแร่ และมีการปนเปื้อนของสารเคมีในสิ่งแวดล้อมโดยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และหากมีการอนุมัติให้มีการทําเหมืองแร่เพิ่มขึ้น ประชาชนจะไดรับผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งการดําเนินการเหมืองแร่ทองคําที่ผ่านมา เป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชนและละเมิดกฎหมายหลายฉบับรวมทั้งกฎหมายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีปล่อยสารเคมีปนเปื้อนในแหล่งนํ้า และมีการใช้ระบบประมูลที่ดินเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อภาครัฐโดยให้ผู้ ประกอบการได้สิทธิ์ในที่ดินในขณะที่ประชาชนจํานวนมากยังขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทํากิน ยกตัวอย่าง มีการประกาศให้พื้นที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นที่ ส.ป.ก.ตั้งแตปี 2553 แต่ยังไม่ดําเนินการให้เอกสารสิทธิ์กับประชาชน แต่มีการใช้กฎหมายป่าไม้มาดําเนินการ จนประชาชนบางส่วนต้องออกจากที่ดินตัวเอง จากนั้นปรากฏว่า มีนายทุนได้เขามาสํารวจแร่ทองคํา เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่ การนําที่ดินกลับไปเป็นพื้นที่ป่าไม้แต่อย่างใด

นางวันเพ็ญ กล่าวอีกว่า อีกทั้งการเปิดให้สํารวจเพื่อทําเหมืองแร่ในพื้นที่ทหาร อาจส่งผลกระทบสร้างความเสียหายตามมาอีก ซึ่งการกระทําดังกล่าวประชาชนขาดที่ดินทํากินและมีการนํากฎหมายมาบังคับใช้เอาผิด ถือว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่

“ขอให้นายกรัฐมนตรี ระงับการปลดล็อกนโยบายทองคํา การให้อาชญาบัตรและประทานบัตร อันเป็นการให้สัมปทานที่ละเมิดสิทธิ์ของประชาชน เพื่อบริหารจัดการให้แร่เป็นสิทธิ์รวมกันของรัฐและประชาชน ภายใต้การจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอย่างแท้จริง แทนการให้ต่างชาติและนายทุนบางกลุ่มได้ประโยชน์ แต่ประเทศได้เพียงค่าภาคหลวงแร่เท่านั้น ซึ่งเป็นผลที่ได้ไม่คุมการสูญเสียทรัพยากร”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: