ปณิธานเยาวชนนักประดิษฐ์คิด-ทำเพื่อสังคม

ปณิธานเยาวชนนักประดิษฐ์คิด-ทำ นวัตกรรมลดพลังงานเพื่อสังคม

6bb9abfb8i7jbcebajdcf.jpg

ช่วงชีวิตหนึ่งของการเตรียมตัวเข้าสู่วัยมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ การสั่งสมประสบการณ์และภูมิปัญญาทำอย่างใด อย่างหนึ่งให้คืนสู่ชุมชน ของ “แบงค์” หรือ อดิศร พูนสวัสดิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และว่าที่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (หาดใหญ่) และเพื่อนๆที่มีมานานกลายเป็นนักประดิษฐ์เครื่องกะเทาะเปลือกกุ้งแห้ง5 in 1ในนามของ “กลุ่มเด็กดี” ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดโครงงานด้านพลังงาน “นวัตกรรมพลังงานเพื่อโลกสีเขียว ระดับมัธยมปลาย ปี2557-2558ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงพลังงาน แบงค์ กล่าวว่า เขาและเพื่อนๆได้รับแรงจูงใจในการคิดค้นเครื่องประดิษฐ์ดังกล่าวเพราะตลอดเวลาที่ได้ศึกษาในโรงเรียนกาญจนดิษฐ์ ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี มีหลาย ครั้งที่อาจารย์ในโรงเรียนนำลงพื้นที่หาความรู้จากชุมชนใกล้เคียง พบว่า อาชีพของคนในหมู่บ้านซึ่งส่วนมากพึ่งพาทะเลโดยการทำประมงพื้นบ้านและขยายมาเป็นการถนอมอาหาร ทำให้มองเห็นสินค้าหลายอย่างมีมูลค่าเพราะชาวบ้านสร้างขึ้น อย่างเช่น กรณีกุ้งแห้ง เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มแม่บ้าน แม่ค้าจังหวัดสุราษฎร์ฯ ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและพึ่งพาเครื่องมือทันสมัยมากขึ้น เพื่อนๆจึงได้เก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ปัญหาพบว่าชาวบ้านส่วนมากซื้อเครื่องกะเทาะเปลือกกุ้งมาในราคาแพง และใช้เวลานานในกระบวนการแยกเปลือก แยกขนาดกุ้ง ทางกลุ่มเห็นว่า ชาวบ้านมีความตั้งใจจริงในการดำเนินธุรกิจชุมชน จึงได้ต่อยอดองค์ความรู้ด้วยการพยายามคิดค้นเครื่องกะเทาะใหม่ที่เร็วและลงทุนต่ำ ต่อมามีการจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ โดยกระทรวงพลังงาน โรงเรียนจึงตัดสินใจเข้าร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มให้มีความก้าวหน้า ซึ่งเขาและเพื่อนได้ยอมรับ ปรับปรุงแก้ไข จนมาเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ทำงานด้วยระบบเครื่องกลจากการใช้เท้าปั่น แล้วส่งผลงานเข้าประกวดระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ “ข้อดีของเรา คือ เรามีนวัตกรรมที่เร็ว สามารถปอกเปลือกกุ้งหนึ่งกิโลได้ในเวลา 5 นาทีทั้งปอกเปลือกและแยกขนาด ขณะที่เครื่องทั่วไปที่ใช้ในท้องตลาดใช้เวลานาน10-15 นาที ซึ่งเครื่องดังกล่าวมีทุนการคิดค้นอยู่ที่ 3,000 บาทและหากำทำสำเร็จอาจจะขายในราคาไม่เกิน 5,000 บาท เพื่อช่วยเหลือคนในท้องถิ่นให้มีสินค้าดี ประหยัดพลังงานคิดว่าเป็นการคืนความรู้สู่บ้านเกิดที่พอทำได้ และมีความสุข” แบงค์ อธิบาย ปัจจุบันแบงค์อยู่ระหว่างการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย และเร่งพัฒนาโครงการเพื่อถ่ายทอดสู่รุ่นน้องในโรงเรียนมัธยม หลังจากประสบความสำเร็จมาแล้วด้วยการคิดค้นเครื่องปอกมะพร้าว ซึ่งในอนาคตเขาตั้งใจว่าจะนำความรู้ที่มีกลับไปพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวบ้านพึ่งพาตัวเองได้อย่างพอเพียงและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดการใช้พลังงานที่ฟุ่มเฟือย ด้าน “ปุย” หรือ เจษฎา สาตุ่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3โรงเรียนขามแก่นนคร ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งระดับมัธยมตอนต้น ในโครงการเดียวกันกับแบงค์ ด้วยผลงานเครื่องให้อากาศและโอโซนแบบพอเพียง กล่าวว่า สิ่งที่น่ายินดีกว่าการได้รับรางวัล คือ องค์ความรู้ถูกเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านอื่น ขณะนี้มีพ่อค้าหลายคนให้ความสนใจซื้อผลงานเครื่องให้อากาศที่ทีมคิดค้นขึ้นเพื่อการให้อากาศแก่สัตว์เลี้ยงอย่างเช่น ปลาสวยงาม โดยขณะนี้ทางโรงเรียนตั้งราคาไว้ที่เครื่องละ 300 บาท สามารถสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะและสร้างมูลค่าสินค้าเชิงพาณิชย์ หนุ่มน้อยนักประดิษฐ์ ย้ำด้วยว่า การฝึกสร้างสิ่งของเครื่องใช้ โดยเครื่องฟอกอากาศนี้ ได้ความรู้มาจากการพบว่า ปลาสวยงามในตู้ที่เลี้ยงในบ้านตายเร็วเพราะขาดอากาศหายใจ หรืออาจเพราะเครื่องให้อากาศไม่มีคุณภาพ จึงได้ไปปรึกษาอาจารย์แล้วผลิตเครื่องให้อากาศขึ้นมาใช้เอง แบบชนิดประหยัดไฟฟ้าแต่อายุการใช้งานนาน ซึ่งคิดค้นประมาณเกือบปีทางทีมงานก็ประสบความสำเร็จแล้วทดลองทำซ้ำ ก่อนจะส่งผลงานเข้าประกวดและนำเสนอต่อสาธารณะในเวลาต่อมา ขณะที่ทีมงานผู้คว้ารางวัลชนะเลิศในระดับมัธยมต้นด้วยผลงานเครื่องอัดประจุ(เครื่องชาร์จ)แบตเตอรี่โทรศัพท์จากความร้อนของเตาหุงต้ม อย่างโรงเรียนหนองหลวงศึกษา ต.หนองหลวงอ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากผู้เข้าร่วมลุ้นรางวัลประกวดผลงาน โดย“ประกายดาว กินนะสี”หนึ่งในสมาชิกทีมงาน ให้ข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจว่า ในยุคของการใช้สินค้าเปลืองพลังงานอย่างโทรศัพท์ ใครๆก็พกแบตเตอรี่สำรองเพื่อความสะดวก แต่ไม่เคยคำนึงถึงพลังงานไฟฟ้าที่ต้องใช้ไปและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทีมงานจึงได้วางแผนร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาในการคิดค้นเครื่องมือที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบและมีประโยชน์ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้รางวัล จึงภูมิใจกับกิจกรรมครั้งนี้มาก เพราะนอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปแล้วยังสร้างจิตสำนึกแก่คนใช้ไฟเปลืองด้วย ด้านรังสรรค์ วงศ์ษา อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการเครื่องอัดประจุฯ กล่าวว่า การสร้างจิตสำนึกให้เด็กเห็นชอบการเรียนรู้ทำได้ไม่ยาก ต้องให้เขาสามารถทำงานเองได้ ไว้ใจและปล่อยให้เขาลองผิด ลองถูก พอเขาทำได้ ครูที่สอนก็จะกลายเป็นครูที่ประสบความสำเร็จเช่นกัน นอกจากเรื่องความรู้แล้ว เรื่องจิตสำนึกร่วมต่อสังคมเป็นสิ่งที่ครูไม่ควรละเลย อย่างเรื่องคุณค่าของพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เด็กวัยนี้ควรรู้ กรณีเขาคิดโครงงานเกี่ยวกับพลังงานได้มันให้ทั้งวิชาชีพ ทั้งความรู้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการฝึกให้เด็กทำงานเป็นกลุ่ม ดังนั้นความรู้คู่จิตสำนึกสาธารณะเราต้องยึดถือไว้และปฏิบัติจริงๆจึงทำให้การศึกษาสัมฤทธิ์ผล

วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Tags:

%d bloggers like this: