Archive | July 2015

ถอดรหัสเลี้ยงลูกยุคเจนอัลฟ่า(Gen Alpha)

6gcicafh7gg6j8jicg9k9.jpg

เมื่อเร็วๆ นี้ นิตยสารโมเดิร์นมัม ในกลุ่มบริษัท อาร์แอลจี หรือรักลูกเลิร์นนิ่งกรุ๊ป จัดงานเสวนา “7 Codes ถอดรหัสความสำเร็จ Generation Alpha” เจาะลึกพฤติกรรมเด็กเจนเนอเรชั่น อัลฟ่า เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือและรู้เท่าทันการเลี้ยงลูกยุคใหม่ ด้วยทักษะ “Be 5” ที่พ่อแม่ควรเป็น และทักษะ “7 Essential Skills” ที่ลูกควรมี พร้อมเทคนิคการเลี้ยงลูก น.ส.ชนิดา อินทรวิสูตร รองประธานปฏิบัติการสายธุรกิจคอมมูนิเคชั่นส์ กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (RLG-Rakluke Learning Group) กล่าวว่า เด็กยุคเจนเนอเรชั่น อัลฟ่า คือเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดในปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง สังคมมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยปัญหามากมาย สภาพแวดล้อมเหล่านี้จึงส่งผลต่อการคิดและการใช้ชีวิตของเด็กยุคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คนเป็นพ่อแม่รวมทั้งลูกจำเป็นต้องมีทักษะเพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับสังคมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปได้

“ในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าจะมีประชากรซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่น อัลฟ่า เพิ่มขึ้นราว 1,590 ล้านคน ดังนั้น ยุคนี้จึงถือเป็นยุคที่เจนเนอเรชั่น อัลฟ่า ขับเคลื่อนโลกก็ว่าได้ เจนเนอเรชั่น อัลฟ่า เป็นเด็กยุคใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับโลกดิจิทัล ใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เรียนรู้เร็ว ปรับตัวเก่ง แต่มีแนวโน้มที่จะมีความอดทนต่ำ สมาธิสั้น และเป็นตัวของตัวเองสูง ในสภาวะที่สังคมและรูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องมีความพร้อมในการรับมือ เพื่อให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ทักษะสำคัญที่ลูกเจนเนอเรชั่น อัลฟ่า จำเป็นต้องมี เรียกว่า 7 Essential Skills ซึ่งประกอบไปด้วย การคิดอย่างมีวิจารณญาณและแก้ปัญหาเป็น (Critical Thinking and Problem Solving), การคิดในเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking), ความฉลาดในการใช้สื่อดิจิทัล (Digital Wisdom), การรู้จักปรับตัวและการทำงานเป็นทีม (Collaboration), ความอดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค (Resilience), การสื่อสารชัดเจน มีประสิทธิภาพ (Communication) และความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจคนอื่น (Compassion) ทักษะเหล่านี้จะเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีให้ลูกสามารถปรับตัวและเรียนรู้การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันได้อย่างรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อในโลกออนไลน์และสังคมวัตถุนิยม

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างทักษะทั้ง 7 ประการนี้ให้แก่ลูก คุณพ่อคุณแม่เองก็จำเป็นต้องปรับวิธีการเลี้ยงลูกให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบันด้วยเช่นกัน โดยการสวมบทบาท Be 5 ที่พ่อแม่ยุคใหม่ควรเป็นได้แก่ นักคิดสร้างสรรค์(Be Creator) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพใหม่ๆ ให้แก่ลูก, นักเรียนรู้ (Be Learner) เพื่อเติมเต็มการเรียนรู้ให้แก่ลูกอย่างต่อเนื่อง, นักสื่อสาร(Be Communicator) เพื่อทักษะในการเจรจาพูดคุยกับลูกอย่างเข้าใจด้วยเหตุและผล, นักจัดกระบวนการเรียนรู้(Be Facilitator) เพื่อสร้างแรงบันดาลและส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ของลูก และนักพัฒนา(Be Developer) เพื่อส่งเสริมความสามารถของลูกได้อย่างเต็มศักยภาพ

ดร.วรนาท รักสกุลไทย นักการศึกษาด้านปฐมวัย ผู้อำนวยการแผนกอนุบาล โรงเรียนเกษมพิทยา ได้ให้มุมมองความคิดเรื่องการเลี้ยงลูกเจนอัลฟ่าว่า “สิ่งที่เด็กเจนเนอเรชั่น อัลฟ่า ต้องมี…อาทิ ทักษะการสื่อสาร ในเด็กเล็กจะเน้นภาษาท่าทางเป็นหลัก พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจตีความและใส่ใจภาษาของลูก ต้องให้เขาเรียนรู้วิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสม เราสามารถกระตุ้นให้เขาพัฒนาการใช้ภาษา เช่น ถ้าเขาแสดงออกผ่านท่าทางหรือสื่อสารยังไม่ชัดเจน อาจถามเขาว่าหนูหมายถึงอย่างนี้ใช่ไหมลูก เราต้องสอนให้เขารู้จักวิธีแสดงออกทางอารมณ์ให้เหมาะสม และทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะบางครั้งอาจเกิดปัญหาในการใช้คำพูดผิดกาลเทศะบ่อยๆ เด็กสับสนว่าทำไมครูที่โรงเรียนบอกพูดอย่างนี้ไม่ได้ แต่พ่อแม่ไม่ห้ามหรือมองเป็นความน่ารักไป

ทักษะการแก้ปัญหา ควรสอนการแก้ปัญหาให้เหมาะกับสถานการณ์ ต้องไม่ใช้กำลังเอาชนะ พ่อแม่ต้องใจเย็นและระมัดระวังในการแสดงออก ให้ลูกเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา โดยการพูดถึงวิธีการแก้ปัญหาของเราให้เขาได้ยินบ้าง ชวนเขาคิดหรือชวนเล่นให้เป็นเรื่องสนุก หรือใช้ด้านบวกมาสอนลูก พยายายามให้ลูกได้เห็น ได้ยิน การแสดงความรักที่เรามีต่อคนอื่น เช่น ถ้าไปเยี่ยมคุณยาย แต่ไม่ได้ให้เป็นของฝาก คิดว่าเราน่าจะให้อะไรกับคุณยายได้ เช่น กอด บอกรักคุณยาย อย่าให้เป็นวัตถุเพียงอย่างเดียว

ทักษะคิด พ่อแม่ควรบอกลูกก็คือ ไม่ใช่สื่อเทคโนโลยีต่างๆ อย่างแท็บเล็ตไม่ดี แต่ต้องฝึกให้เขาเรียนรู้การเคารพกติกา ควบคุมเวลาเล่น ถ้าให้เล่นแค่ 10 นาทีห้ามต่อเนื่องนานเกินไป กำหนดไว้แบบไหนให้เป็นแบบนั้นเสมอ อธิบายผลเสียจากการเล่นแท็บเล็ตนานเกินไป เช่น สายตาเสีย หรืออ้วน ก็ควรหาภาพเป็นรูปธรรมให้ลูกเห็น เช่น รูปเด็กใส่แว่นตา เด็กอ้วน หรือไปหาหมอ เมื่อห้ามเล่นเป็นเวลานานแล้วก็ต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทนกัน ต้องมีกิจกรรมสนุกให้เขาทำไม่ใช่ห้ามเพียงอย่างเดียว

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความเห็นว่า สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว อยากให้เรียนรู้และทำความเข้าใจกับเกี่ยวกับเจนเนอเรชั่นต่างๆ เพราะในแต่ละเจนเนอเรชั่นล้วนสำคัญและมีความหมายมาก ไม่ว่าจะเป็น เบบี้ บูมเมอร์ ซึ่งเป็นคนรุ่นหลังสงครามที่ลำบากต้องปากกัดตีนถีบ ส่งผลทำให้คนรุ่นนี้มีความขยันขันแข็ง อดทน แล้วคนรุ่นต่อมาอย่าง เจนเนอเรชั่น เอ็กซ์(X), เจนเนอเรชั่น วาย(Y) และเจนเนอเรชั่น ซี(Z) จนมาถึงเจนเนอเรชั่น อัลฟ่า ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นล่าสุดอายุเพิ่งจะ 5 ขวบ นับเป็นความท้าทายของคนทุกรุ่นที่ต้องสร้างทักษะเพื่อปรับตัวลดช่องว่างในการเป็นพลเมืองของยุค เจนเนอเรชั่น อัลฟ่า

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล คือหลักการ ของ นางปนัดดา มักสัมพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา สพม.๖

777615.jpg

“ใช้หลักธรรมาภิบาล มีความเที่ยงตรง ยุติธรรม ตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถ”นางปนัดดา มักสัมพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา สพม.6 แม้พึ่งมาดำรงตำแหน่งในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม ได้ไม่นานแต่ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม ก็มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาให้โรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม มีการดำเนินงานอย่างก้าวหน้าประวัติ นางปนัดดา มักสัมพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ. ฉะเชิงเทรา สพม.6ประวัติการศึกษา พ.ศ.2529 จบการศึกษา การศึกษาบัณฑิต (กศ.บ) วิชาเอกภาษาไทย จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน พ.ศ.2545 ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.ม.) การบริหารการศึกษา จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหงตำแหน่งและประวัติการทำงาน พ.ศ.2530-2531 อาจารย์1 โรงเรียนบ้านโคกคึม อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ พ.ศ.2531-2537 อาจารย์ 1 โรงเรียนลำภูราเรืองวิทย์ อำเภอห้วยยอด จ.ตรัง พ.ศ.2537-2541 อาจารย์ 1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุวินทวงศ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พ.ศ.2541-2547 ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุวินทวงค์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พ.ศ.2547-2550 รองผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุวินทวงค์ อ. เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พ.ศ.2500-2555 ผู้อำนวยการโรงเรียนตลาดเปร็ง(น้อยใจบุญอุทิศ) อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พ.ศ.2555-2558 ผู้อำนวยการโรงเรียนไผ่ดำพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พ.ศ.2558 ปัจจุบัน ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนฉิมพลีพิทยาคม

21 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพป. วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ค่ายภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” สังกัด สพม.14

778917.jpg

โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” สังกัด สพม.14 จัดโครงการการอบรมค่ายภาษาอังกฤษ ระหว่างวันที่ 23-25 กรกฎาคม 2558 ณ โรงแรม มาย เขาหลัก สปา แอนด์ รีสอร์ท อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยมี นายสมชาย ประเสริฐพรพงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางนายสี เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 และนางภัทธิดา กันเสนาะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกุล” กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดการอบรมในครั้งนี้ เพื่อจัดกิจกรรมภาษาอังกฤษ ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง จากเจ้าของภาษา สร้างเจตคติที่ดี ต่อการเรียนภาษาอังกฤษ สามารถสื่อสารได้ และให้นักเรียน รู้จักการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น สำหรับการอบรมมีนักเรียนเข้าร่วมอบรม ทั้งหมด 119 คน และมีวิทยากรชาวต่างประเทศ ให้ความรู้และจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน Cr ภาพ /ข่าวโดยเครือข่ายโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

ยะลา เขต ๑ จัดประชุมเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริต

778747.JPG

วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ดร.อาดุลย์ พรมแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ เป็นประธานประชุมเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันและปราบปรามทุจริตในสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งมีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สพป.ยล.๑ เข้าร่วมประชุม จำนวน ๑๑๑ โรง โดยมี นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายวิรัช อัศวสุขสันต์ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดยะลา มาให้ความรู้เรื่องหลักธรรมาภิบาลสู่ความสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ นายกมล เรืองน้อย นายพายัพ คชพลายุกต์ มาให้ความรู้เรื่องกฏหมาย ปปช. ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารสถานศึกษา กรณีศึกษา/อุทาหรณ์ในวงการศึกษา และ นายสุวรรณ อุมาสะ ผู้อำนวยการโรงเรียนคุรุชนพัฒนา ได้มาให้ความรู้เรื่องการดำเนินงาน “โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา” ณ ห้องประชุมรายา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑

ยะลา เขต ๑ ประชุมชี้แจงการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘

778734.JPG

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ดร.อาดุลย์ พรมแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ เป็นประธานประชุมชี้แจงการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่ง พรบ.กำหนดให้ทุกส่วนราชการจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน โดยให้พิจารณากระบวนงานที่ประชาชนติดต่อขอรับบริการเกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การรับแจ้งการดำเนินการเกี่ยวข้องโดยมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๑๘๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ( ครบกำหนดวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘) โดยมีรองผอ.สพป.ยล.๑/ผอ.กลุ่ม/ศูนย์/หน่วย/ทุกคน และผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดทุกโรงเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมรายา สพป.ยล.๑ เพื่อรับฟังคำชี้แจงเรื่องดังกล่าว ในการนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบผ้าถุงชาย จำนวน ๙๙ ผืน และ เสื้อขาว จำนวน ๑๒ ตัว จากโครงการส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นของที่ระลึกเนื้องในวันรายออิดิ้ลฟิตรี ให้กับประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกโรง

23 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.สุโขทัย เขต ๒ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนการสอนด้านภาษาไทย กับ สพป.อุตรดิตถ์ เขต ๑

778261.JPG

สพป.สุโขทัย เขต 2 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนการสอนด้านภาษาไทย กับ สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1

++ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2 นำโดย นายวรพจน์ สุพรรณ รอง ผอ.สพป.สุโขทัย เขต 2 และ คณะ รอง ผอ.สพป.สุโขทัย เขต 2 พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด ร่วมต้อนรับและอำนวยความสะดวก ให้กับคณะ จาก สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ซึ่ง นายอมรศักดิ์ ปิ่นทอง ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 มอบหมายให้ นายวิเชียร ทรงศรี รอง ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ เข้าศึกษาดูงานและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารงานจัดการศึกษาด้านภาษาไทย อ่านออกเขียนได้ 100% และศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอนด้านภาษาไทย ณ โรงเรียนมิตรสัมพันธ์ (เพียงอนุสรณ์) อำเภอศรีสำโรง และ โรงเรียนบ้านใหม่โพธิ์งาม อำเภอสวรรคโลก สังกัด สพป.สุโขทัย เขต 2…..(มณีวรรณ …ภาพ/ข่าว)

22 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ครม.ไฟเขียว

eabaa6fgkekgbefbhbbej.jpg

22ก.ค.2558 รายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 ก.ค. จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย 2 แห่งออกนอกระบบคือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.)

ฉบับแรกครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ แล้วให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.(ต่อไป โดยมีสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ คือ กำหนดให้ปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จากมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และกฎหมายอื่นแต่อยู่ในกำกับของรัฐบาล

ส่วนอีกฉบับครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ คือกำหนดให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น และไม่เป็นส่วนราชารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

รมช.ศธ.ชี้มหาวิทยาลัยหลงเป้าหมาย

ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการกล่าวว่าตามที่ตนได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆที่เตรียมตัวปรับเปลี่ยนสถานะภาพมหาวิทยาลัยรัฐไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือ เป็นม.นอกระบบให้ไปชี้แจงและทำความเข้าใจเรื่องการออกนอกระบบทำให้ทราบว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งยังไม่เข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของการออกนอกระบบว่าคืออะไรส่วนใหญ่ยังพูดถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเองเช่น ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ ที่จะได้รับทั้งที่เรื่องนี้เป็นประเด็นตามหรือผลพลอยได้ส่วนประเด็นหลักอยู่ที่ว่าการออกนอกระบบจะทำให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการทุกส่วนและมหาวิทยาลัยสามารถไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ เช่น การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยมหาวิทยาลัยเป็นเลิศทางวิชาการมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่นเป็นต้น ทั้งนี้ สำหรับข้อกังวลของนิสิตนักศึกษาเมื่อมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วจะทำให้ค่าเทอมแพงขึ้นผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องชี้แจง ทำความเข้าใจโดยอาจนำข้อมูลของที่ประชุมสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทยเคยศึกษาวิจัยประเด็นการออกนอกระบบไม่เกี่ยวกับการขึ้นค่าเทอม มาเปิดให้ทุกคนได้รู้อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ม.นอกระบบและมหาวิทยาลัยที่กำลังจะออกนอกระบบต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อรองรับการออกนอกระบบและต้องเหมาะสมกับมหาวิทยาลัยของตนเองด้วยไม่ใช่ไปลอกเลียนแบบมหาวิทยาลัยอื่นเนื่องจากบริบทของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต่างกันเช่น ต้องวางแผน ระบบบริหารงานบุคคลไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งกันการบริหารการเรียนการสอนระบบการเงินที่มีกลไกควบคุมและใช้เงินเกิดประโยชน์คุ้มค่ารวมถึง ต้องดูด้วยว่าจะช่วยตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างไร

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ป.๑อ่านเขียนไม่ได้ร้อยละ ๑๑

สพฐ.เผยผลสำรวจอ่านออกเขียนได้เด็กประถม เปิดเทอมแรกปี 2558 พบ ป.1อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 11% ป.2 พบ 8% และ ป.3 พบ 5% ยังพบมากใน ร.ร.เล็ก ประเมินอีกครั้ง มี.ค.59

Read More…

สพม.๓๔ ได้จัดทำคู่มือบริการประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.๒๕๕๘

777000.jpg

สพม.34 ได้จัดทำคู่มือบริการประชาชนตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 จำนวน 7 เล่ม ดังนี้

1.การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว

2. การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนขององค์กรวิชาชีพ

3.การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิของบุคคล (กรณีไม่เกิน 50 คน)

4. การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิของบุคคล (กรณีตั้งแต่ 50 คน ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 100 คน)

5.การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (กรณีจดทะเบียนในประเทศไทย)

6.การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (กรณีมิได้จดทะเบียนในประเทศไทย ผู้เรียนไม่เกิน 50 คน)

7.การขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนตามสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน (กรณีมิได้จดทะเบียนในประเทศไทยมีผู้เรียนตั้งแต่ 50 คนแต่ไม่เกิน 100 คน)

20 กรกฎาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ