สพฐ.รับลูกบิ๊กตู่ลดชม.ชั้นประถมเหลือ๘๔๐ชม.ต่อปี

สพฐ.รับลูก”บิ๊กตู่”ลดชม.ชั้นประถมเหลือ840ชม.ต่อปี : เกศกาญจน์ บุญเพ็ญรายงาน

5ked87agh9hacaijecib7.jpg

หลัง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการเฉียบขาดให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงไปจัดการแก้ไขปัญหา “การปรับโครงสร้างเวลาเรียน” หรือ “การลดชั่วโมงเรียน” ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เด็กได้มีเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเหมาะสมตามวัย ไม่ใช่แต่ละวันเวลาหมดไปกับการท่องตำราหรือทำการบ้านเพียงอย่างเดียว รวมถึงให้ ศธ.เร่งปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานรองรับด้วย

ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เด้งรับลูกใบสั่งนายกฯ เดินหน้าปรับลดชั่วโมงเรียน โดยแจ้งแนวปฏิบัติการจัดโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ใช้เป็นแนวทางการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและให้เริ่มปีการศึกษา 2558 ในระดับประถมศึกษา

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า การปรับลดชั่วโมงเรียนนั้น สพฐ.สามารถทำได้ทันที เพราะมีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย ในระหว่างที่การยกร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ยังไม่เสร็จ คาดว่าต้องใช้เวลา 1-2 ปี ที่ผ่านมานายกฯ มีความห่วงใยและต้องการให้เร่งดำเนินการปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับนักเรียนโดยเร็ว เพราะไม่ต้องการให้เด็กเรียนอัดแน่นจนเกินไปและมีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ มากขึ้น

“การปรับลดเวลาเรียนจำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย แต่เบื้องต้น สพฐ.ก็ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเพื่อให้โรงเรียนนำไปประยุกต์ใช้ ปรับเวลาเรียนให้ยืดหยุ่นเหมาะสมตามบริบทของแต่ละโรงเรียนและให้เริ่มทำในระดับประถมศึกษาทันทีที่เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558” ดร.กมล กล่าว

เลขาธิการ กพฐ.บอกด้วยว่า สำหรับกรอบโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องไม่เกินปีละ 1,000 ชั่วโมง ดังนี้ รายวิชาพื้นฐาน 840 ชั่วโมงต่อปี แบ่งเป็น ภาษาไทย ป.1-ป.3 จำนวน 200 ชั่วโมงต่อปี ป.4-ป.6 จำนวน 160 ชั่วโมงต่อปี คณิตศาสตร์ ป.1–ป.3 จำนวน 200 ชั่วโมงต่อปี ป.4-ป.6 จำนวน 160 ชั่วโมงต่อปี วิทยาศาสตร์ ป.1-ป.6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.1-ป.6 จำนวน 120 ชั่วโมงต่อปี สุขศึกษาและพลศึกษา ป.1-ป.6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี ศิลปะ ป.1-ป.6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี การงานอาชีพและเทคโนโลยี ป.1-ป.3 จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปี ป.4-ป.6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ป.1-ป.3 จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปี ป.4-ป.6 จำนวน 80 ชั่วโมงต่อปี กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 120 ชั่วโมงต่อปี รายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อปี

ขณะที่ นายอำนวย พุทธมี ผู้อำนวยการโรงเรียนพญาไท เล่าว่า โรงเรียนพญาไทเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล มีการจัดการเรียนการสอนทั้งหลักสูตรอิงลิชโปรแกรมและมินิอิงลิชโปรแกรม ซึ่งตามกรอบโครงสร้างเวลาเรียนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้ที่ 1,200 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งในปีการศึกษา 2558 ก็ยังคงกรอบเวลาเดิมไว้ แต่เฉพาะโครงสร้างเวลาเรียนพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระฯ โรงเรียนจะยึดตามแนวทางของ สพฐ.ที่ 840 ชั่วโมงต่อปีแล้วไปปรับลดเวลาเรียนต่อสัปดาห์ของรายวิชาเพิ่มเติม อาทิ วิชาภาษาจีน ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การค้นคว้าเพื่อการเรียนรู้ ฯลฯ และเน้นนำไปบูรณาการในช่วงเวลาของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน อาทิ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ เป็นต้น

“แนวทางที่ สพฐ.ชี้แนะมานั้นก็เปิดโอกาสและยังให้อิสระแก่โรงเรียนบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม โดยเด็กต้องไม่เรียนมากจนเกินไป แต่ได้ความรู้ครบถ้วน ซึ่งยืนยันว่าในด้านคุณภาพการศึกษาไม่มีผลกระทบแน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่โรงเรียนทุกแห่งและ สพฐ.ให้ความสำคัญ” ผอ.โรงเรียนพญาไท กล่าว

สอดคล้องกับ นายบัณฑิต พัดเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตประถม กล่าวว่า เข้าใจว่าเจตนาของ สพฐ.ที่กำหนดโครงสร้างเวลาเรียนไม่เกิน 1,000 ชั่วโมง ในระดับประถมไว้เป็นแนวทางให้โรงเรียนนำไปปรับบูรณาให้เหมาะสมตามสภาพและบริบทของชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ แต่เป้าหมายเพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่สำหรับโรงเรียนราชวินิตประถมเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล ยังคงต้องยึดโครงสร้างเวลาเรียนรวมอยู่ที่ 1,200 ชั่วโมง แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนเข้มงวดหรืออัดแน่นวิชาการแก่เด็กจนไม่มีเวลา ไปทำกิจกรรมอื่นๆ แต่จะปรับและยืดหยุ่นตามความเหมาะสมของการเรียนในแต่ละกลุ่มสาระฯ เน้นสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนานเพื่อให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข สนุกและไม่เบื่อ ที่สำคัญตามโครงสร้างเวลาดังกล่าวเด็กของโรงเรียนราชวินิตไม่ต้องไปเรียนพิเศษหรือกวดวิชาหลังเลิกเรียนด้วยถึงเวลาพ่อแม่ผู้ปกครองมารับลูกตรงกลับบ้านได้ทันที

ด้านนักวิชาการศึกษา รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ให้ความเห็นว่า การปรับลดเวลาเรียนควรทำอย่างยิ่ง แต่ส่วนตัวเห็นว่าแม้จะปรับลดเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระฯ เหลือ 840 ชั่วโมงต่อปีสำหรับเด็กประถมก็ยังเป็นเวลาที่สูงอยู่ เพราะประเทศที่พัฒนาการศึกษาส่วนใหญ่โครงสร้างเวลาเรียนเด็กประถมอยู่ที่ 700-750 ชั่วโมงต่อปี ทั้งนี้ การปรับลดเวลาเรียนก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่โรงเรียนต้องหันมาให้ความสำคัญคือ ต้องบูรณาการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น และทำอย่างเข้มข้น เน้นการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นฐาน ซึ่งจะช่วยเสริมทักษะการคิดให้เด็ก และส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาดีขึ้น

“ความจริงคุณภาพการศึกษาไทยในกลุ่มอาเซียนไม่ได้แย่หรือรั้งท้ายอย่างที่พูดกัน หรือถ้าเทียบกับประเทศเวียดนามก็อยู่ในระดับใกล้เคียง ยกเว้นสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้นที่เราเป็นรอง เพราะต้องยอมรับเขาจัดระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ดังนั้นเราก็ต้องใช้โอกาสนี้ส่งเสริมให้ทุกโรงเรียนสอนแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นตัวช่วยยกระดับคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาไทย” รศ.ดร.ประวิต กล่าว

ปรับลดชั่วโมงเรียน แต่ “ไม่ลดคุณภาพการศึกษา” จะสามารถตอบโจทย์ “บิ๊กตู่” ได้หรือไม่ บทพิสูจน์ความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของทั้ง “คุณครู และ ผู้บริหารสถานศึกษา” เน้อ!!

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Tags:

%d bloggers like this: