มหิดลแจงกรณีอาจารย์สาวเบี้ยวทุนไม่ใช่รายแรก

ม.มหิดลแจงกรณีอาจารย์สาวเบี้ยวทุน ชี้กรณีเช่นนี้มีอยู่ประปราย ไม่ใช่รายแรก

b5jia5fd5k55ca6h7hba8.jpg

30ม.ค.2559 ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าอดีตอาจารย์หญิงรายหนึ่งของภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ มม.ได้ขอทุนรัฐบาลเพื่อไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยได้มีผู้คำประกัน 4 รายแต่ปรากฎว่าเมื่อจบการศึกษาอาจารย์หญิงคนดังกล่าวไม่กลับมาทำงานใช้ทุนที่ประเทศไทย ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากรณีไม่ทำงานใช้ทุนจะต้องจ่ายเงินคืน 3 เท่าจากทุนที่ได้รับ 10 ล้านบาท หรือจำนวน 30 ล้านบาท ทำให้ผู้คำประกันทั้ง 4 รายต้องชดใช้แทนแต่ได้มีการเจรจาต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนชดใช้ตามจำนวนทุนที่ได้รับ 10 ล้านบาทว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2536 ทางมหาวิทยาลัยได้เสนอชื่ออาจารย์หญิงคนดังกล่าว เพื่อขอเข้ารับทุนจากรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนเก่ง เรียนดี และมองว่าจะสามารถกลับมาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศได้ ตามกระบวนการแล้วการขอทุนจากรัฐบาลก็จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือเมื่อเรียนจบกลับมาต้องชดใช้ทุน โดยทำงานให้หน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยมหิดล และเพราะในตอนขอทุนรัฐบาลนั้น อาจารย์หญิงคนดังกล่าวนั้นเพิ่งเรียนจบและทำงานได้เพียง 1 ปีจึงต้องมีผู้คำประกันให้ ก็ตามที่ปรากฎข่าวว่ามีผู้ค้ำประกัน 4 ราย อย่างไรก็ตาม อาจารย์หญิงคนดังกล่าวขอทุนเพื่อศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จึงทำให้ใช้ระยะเวลาในการเรียนประมาณ 10 ปีทุนประมาณ 10 ล้านบาท ศ.นพ.บรรจง กล่าวต่อว่า ประมาณปี 2547 อาจารย์หญิงคนดังกล่าวได้แจ้งมายังมหาวิทยาลัย ในฐานะต้นสังกัด ขอยกเลิกที่จะกลับมาทำงานใช้ทุนคืน ซึ่งตามเงื่อนไขการขอทุนรัฐบาลก็ต้องชดใช้เงินคืน ทำให้กระทรวงการคลัง ได้ประสานมายังมหาวิทยาลัยให้เร่งรัดติดตามอาจารย์คนดังกล่าวชดใช้เงินคืนเพราะเป็นเงินของประเทศ แต่เมื่อติดต่อไม่ได้ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ประสานและติดตามไปยังผู้ค้ำประกันทั้ง 4 รายชดใช้แทน โดยตลอดมา มหาวิทยาลัยไม่นิ่งนอนใจให้การช่วยเหลือ เจรจาต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนเงินที่ต้องชดใช้คืนให้กับรัฐบาล เหลือจำนวนเท่าเงินทุน 10 ล้านบาท “ทางอาจารย์หญิงคนดังกล่าวไปมีครอบครัวที่นั่น แล้วปฏิเสธที่จะกลับมาทำงานและใช้ทุนคืน เมื่อกระทรวงการคลังเร่งรัดมาที่มหาวิทยาลัยในฐานะต้นสังกัด เราก็ต้องไปติดตามจากผู้ค้ำประกัน เพราะเงินดังกล่าวไม่ใช่ตามกลับมาแล้วจะเข้ามหาวิทยาลัย แต่ต้องคืนให้กับรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบุคคลที่ขอทุนรัฐบาลไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วเบี้ยวไม่กลับมาชดใช้มีอยู่ประปราย รายนี้ไม่ใช่รายแรก แต่ที่ผ่านมาสังคมยังไม่มีสื่อโซเชียลมากขนาดนี้ อีกทั้ง ปัจจุบันคนในสังคมไม่ยอมรับคนที่ไม่มีจริยธรรม ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง จึงทำให้เรื่องดังกล่าวแพร่กระจายรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ถ้าจะมีมาตรการทางสังคมแบบที่เป็นอยู่ก็ต้องปล่อยไป”รองอธิการบดี มม.กล่าว ศ.นพ.บรรจง กล่าวต่อว่า ในการคัดเลือกคนเพื่อจะเสนอให้ขอทุนรัฐบาลจะต้องมีมาตรการเข้มข้นหรือไม่นั้น ความจริงแล้วทุกอย่างมีการตรวจสอบเข้มข้น ดูภูมิหลัง ความประพฤติของบุคคลนั้นๆ แต่ก็เป็นการดูในเวลาปัจจุบัน ซึ่งไม่มีทางตอบได้เลยว่าในอีก 10 ปีจากนี้บุคคลนั้นจะเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่นกรณีอาจารย์หญิงคนดังกล่าว ซึ่งเห็นว่าเป็นคนเก่งมีความรับผิดชอบ น่าจะมาทำประโยชน์ให้ประเทศได้มาก แต่เมื่อไปเรียนต่อเขาไปมีครอบครัวและสุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements

Tags:

%d bloggers like this: