ดาว์พงษ์ห้ามอาชีวะรัฐ-เอกชนแย่งเด็ก

“ดาว์พงษ์” มอบโจทย์ให้ผู้บริหารอาชีวะรัฐ-เอกชนร่วมศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง ทำแผนแก้ไข พัฒนา สร้างภาพลักษณ์จูงใจเด็กมาเรียน แต่ต้องไม่มีการแย่งเด็ก

c7ag6ajiac86hic9fcaje.jpg

19 ก.พ. 59 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวระหว่างมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เข้าร่วมประมาณ 1,200 คน ตอนหนึ่ง ว่า เรื่องที่เป็นปัญหาของอาชีวศึกษารัฐและเอกชน คือค่านิยมของเด็กและผู้ปกครองไทยที่ไม่สนับสนุนให้เรียนสายอาชีพ ปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงปัญหาการขาดแคลนครู เพราะฉะนั้น เวลานี้เมื่อมารวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วขอให้ทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชนไปร่วมกันศึกษาจุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง และนำมาวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน อาทิ ขาดแคลนครูก็จัดระบบหมุนเวียนเพื่อใช้ครูร่วมกัน รวมไปถึงเรื่องการปรับภาพลักษณ์ (รีแบรนดิ้ง) เพื่อจูงใจให้เด็กและผู้ปกครองคลายความกังวล แล้วหันมาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น แต่ต้องไม่ใช่การแย่งเด็กกันเอง รวมไปถึงต้องร่วมกันพัฒนาอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศเฉพาะด้านด้วย

“ทั้งนี้ เป้าหมายแท้จริงของการควบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชนในครั้งนี้ เพราะภาครัฐต้องการสนับสนุนให้เอกชนมีความเข้มแข็ง เพราะถ้าเอกชนเข้มแข็งก็จะช่วยแบ่งเบาภาระรัฐได้มาก และทำให้สัดส่วนการผลิตกำลังคนในสายอาชีพเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายมากขึ้น”

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการปรับภาพลักษณ์ หรือการพัฒนาอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศเฉพาะด้าน เป็นเรื่องที่คณะกรรมการประชารัฐในส่วนอาชีวศึกษา กำหนดเป็นแผนงานที่ต้องขับเคลื่อน ซึ่งต่อไปนี้การทำงาน ประชาสัมพันธ์ต่างๆ จะไม่ใช่แค่พูดถึงอาชีวศึกษารัฐเท่านั้น แต่หมายรวมถึงอาชีวศึกษาเอกชนด้วย เพราะเป้าหมายของรัฐคือผลิตแรงงานทักษะฝีมือได้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศให้ได้

“ดังนั้น ธงของผม คือทำให้อาชีวะแข็งแรง เพราะฉะนั้น เรื่องใดที่ทำ หากต้องใช้เงินก็บอกมา ผมพร้อมจะผลักดันถ้าเป็นเรื่องที่เหมาะสม”

ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า สำหรับแนวทางการบริหารงานนั้นจะเน้นสร้างเอกภาพในเชิงนโยบายและให้อิสระสถานศึกษาในการบริหาร โดยขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการอาชีวศึกษาเอกชน (ศอช.) ขึ้นเป็นหน่วยงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) แล้ว และตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 30 เม.ย. 2559 นี้ จะมีการปรับปรุงฐานข้อมูลเป็นอาชีวศึกษาจังหวัดในภาพรวม โดยจะจำแนกตามขนาด ประเภท ระดับ และรายวิชา พร้อมทั้งหาแนวทางอุดหนุนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รวมถึงคนที่อยู่นอกวัยเรียน และมีการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนเป็นภาคเรียนตามที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เสนอจากที่ก่อนหน้านี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนได้รับเป็นรายเดือน

สำหรับภารกิจสำคัญที่จะต้องทำร่วมกันจากนี้ มี 14 ภารกิจ อาทิ สร้างทีมงานอาชีวะสร้างชาติ , สร้างภาพลักษณ์อาชีวศึกษา เป็นอาชีวะหนึ่งเดียว , ลดและป้องกันแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา , จัดตั้งสถานศึกษาอาชีวะเฉพาะทาง , พัฒนาสู่มาตรฐานสากล , เพิ่มผู้เรียนอาชีวศึกษา , ขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนในการจัดทวิภาคี , มีการใช้ทรัพยากรและพัฒนาครูร่วมกัน ตลอดจนเร่งยกระดับคุณภาพสถานศึกษา ส่วนการจัดสรรงบประมาณนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงว่าสถานศึกษาของรัฐจะได้รับงบประมาณลดน้อยลง หรือการไปช่วยสถานศึกษาของเอกชนจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของอาชีวศึกษารัฐ เพราะการใช้งบประมาณได้มีการกำหนดแผน เป้าหมายและตัวชี้วัด และจะทำข้อตกลงร่วมกันไว้ชัดเจน ซึ่งอาชีวศึกษาของรัฐก็ต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ตกลงไว้ และอาชีวศึกษาเอกชนก็ต้องมีการแชร์ทรัพยากรร่วมกันด้วย

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements

Tags:

%d bloggers like this: