Archive | March 2016

รื้อโครงสร้างศธ.ส่งผลให้ครูเป็นกบที่ต้องเลือกนาย

รื้อโครงสร้างศธ.ส่งผลให้”ครู”เป็นกบที่ต้องเลือกนาย : นายกิตติ ทวยภา ศึกษานิเทศก์ สพป.มค.1 E-mail vongjagpoon@gmail.com

Read More…

Advertisements

เอกซเรย์

bf8had79bbbefh5b9jdfe.jpg

ความวุ่นวายปั่นป่วนที่เกิดขึ้นกับสายการบินของไทยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปัญหาหลักดูจะเกิดจากการขาดแคลนนักบิน บุคลากรด้านการบินที่จะรองรับความต้องการอุตสาหกรรมการบินที่ขยายตัว เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คงต้องย้อนกลับไปดูสถาบันอุดมศึกษาแหล่งผลิตบุคลากรสู่สังคม ผู้ผลิตและผู้ใช้งานผลิตสอดคล้องกันหรือไม่ ??? ปัจจุบัน มีสถาบันอุดมศึกษาเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรการบิน และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน 27 แห่ง ขณะที่สายการบินมีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและเครื่องบินมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการบุคลากรด้านนี้สูงขึ้น มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดการเรียนการสอนสถาบันการบิน ตั้งแต่ปี 2549 พล.อ.ท.ศุภกฤต อารยะปรีชา รองคณบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันการบิน ม.รังสิต เล่าว่า สถาบันการบิน เปิดการเรียนการสอนเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชานักบิน โดยนักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัย 2 ปี และอีก 2 ปีเรียนกับโรงเรียนคู่สัญญา ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ โรงเรียนการบินกรุงเทพ สถาบันการบินพลเรือน โรงเรียนการบินGFT ประเทศแคนาดา และโรงเรียนการบิน AEROSIM ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาบัตรเทคโนโลยีบัณฑิต(นักบิน) Bachelor of Technology (Aviation Pilot Development) และประกาศนียบัตรนักบินพาณิชย์ ไปสอบนักบินพาณิชย์ได้ทันที ขณะนี้ สถาบันการบิน ม.รังสิต ผลิตบุคลากรด้านการบิน นักบินพาณิชย์ ทั้งหมด 7 รุ่น 200 กว่าคน เนื่องจาก 4 ปีแรก รับได้เพียงปีละ 50 คน แต่ต่อมารับได้ปีละ 100 คน พล.อ.ท.ศุภกฤต เล่าต่อไปว่าไทยขาดแคลนนักบินจริง เพราะสถาบันผลิตและสายการบินที่เปิดใหม่ไม่สอดคล้องกัน หากไทยอยากเป็น “ศูนย์กลางทางการบินภูมิภาคอาเซียน” รัฐต้องสนับสนุน เพิ่มจำนวนโรงเรียนการบินให้มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่โรงเรียนการบินเป็นของเอกชน รัฐต้องยกเว้นภาษี เพื่อให้โรงเรียนการบินมีพอเพียง อีกทั้งควรลงทุนด้านนี้จริงจัง ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยผลิตนักบินต้องได้รับมาตรฐาน มีคุณภาพอยู่แล้ว เพราะนักบิน บุคลากรด้านการบินต้องเชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ สนใจติดต่อโทร.0-2997-2200-30 ต่อ 4104-7 หรือ http://www.rsu.ac.th/pilot ต่อด้วย หลักสูตรการบิน ม.นครพนม รศ.พล.อ.ท.จิรศักดิ์ ชนะสิทธิ์ คณบดีวิทยาลัยการบินนานาชาตินครพนม เล่าว่า เปิดวิทยาลัยการบินนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นโรงเรียนการบินของรัฐบาล สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรนักบินพาณิชย์ตรี (CPL/IR/ME) เรียนเพียง 1 ปี 52 สัปดาห์ แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ต้องเรียน 4 ปี ม.นครพนม เป็นโรงเรียนการบินที่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และมีเครื่องบินจำลอง Airbus A320 ชนิด Fixed Base รวมถึงการเรียนการสอนวิธีแก้ไข Unusual Attitudes เพื่อให้มั่นใจในการบิน รวมถึง เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการบิน และหลักสูตรประกาศนียบัตรช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน และหลักสูตรปริญญาตรี การบริหารจัดการซ่อมบำรุงอากาศยาน รศ.พล.อ.ท.จิรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผลิตบุคลากรด้านการบิน 250 กว่าคน โดยแต่ละปีรับได้ 80 คน ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน เพราะการหมุนเวียนนักบินต้องใช้เวลา หลังจากเรียนจบการศึกษาแล้วต้องไปฝึกอีก 6-8 เดือนกว่าจะได้ขึ้นบินจริงๆ และต้องเป็นผู้ช่วยนักบิน 6-10 ปี ก่อนจะเป็นกัปตันได้ ดังนั้น ภาครัฐต้องสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ และความร่วมมือต่างๆ ให้โรงเรียนการบิน เพราะเป็นต้นน้ำในการผลิตบุคลากรด้านการบินรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย สนใจเรียนหลักสูตรการบินสอบถามได้ที่โทร.042-587-268 หรือ http://iac.npu.ac.th,http://www.npu.ac.th/bkk/ ปิดท้ายด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์ ย่างเข้าสู่ปีที่ 23 ระดับปริญญาตรี 3 หลักสูตร คือ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ(ภาคปกติ), ปริญญาตรีร่วมนานาชาติ 2 ปริญญา IDDP ร่วมกับ The Royal Melbourne Institute of Technology Australia และวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการจัดการเทคโนโลยีการบิน ส่วนปริญญาโท เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (http://ase.eng.ku.ac.th หรือ โทร.0-2797-0999 ต่อ 1702-4) ดร.ไชยวัฒน์ กล่ำพล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่ให้ปริญญาวิศวกรรมการบินและอวกาศ โดยผลิตบัณฑิตจบออกไปแล้ว 18 ปีรุ่น มากกว่า 1,000 คน หลักสูตรได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสภาวิศวกร โดยการเรียนการสอนเน้นทั้งทฤษฎีและภาคปฎิบัติ เป็นการเรียนบูรณาการหลายๆ ศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้นักศึกษาจบออกไปสามารถทำงานได้หลายอาชีพ “วิศวกรการบินตอนนี้ยังเพียงพอกับความต้องการ แต่อนาคตงานของพวกเขาไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศ ทั่วโลกต่างต้องการนักบิน วิศวกรการบิน หากรัฐบาลไม่สนับสนุน เอาจริงเอาจัง หรือมีแผนในการผลิตบุคลากรด้านนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บัณฑิต สถาบันการบินต่างๆ ถ้าไม่มีการกำหนดแผนความต้องการบุคลากร ความฝันที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางทางการบินภูมิภาคนี้คงเป็นไปได้ยาก ส่วนบุคลากรด้านการบินที่ขาดแคลนพอๆ กับนักบิน คือบุคลากรสายช่าง อาชีวศึกษาต้องปรับตัวเพิ่มทักษะสายช่างด้านการบินเพื่อให้อนาคตอุตสาหกรรมการบินไทยไม่วิกฤติ และไม่เกิดภาวะสมองไหล” ดร.ไชยวัฒน์ กล่าว27สถาบันที่เปิดหลักสูตรการบิน 1.ม.กรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต 2.ม.เกริก 3.ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน 4.ม.เกษมบัณฑิต 5.ม.เซนต์จอห์น 6.ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 7.มทร.ตะวันออก วิทยาเขตบางพระ 8.ม.นครพนม 9.ม.นอร์ทกรุงเทพ 10.ม.แม่ฟ้าหลวง 11.ม.รังสิต 12.ม.รัตนบัณฑิต 13.มรภ.ภูเก็ต 14.มรภ.วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ 15.มรภ.สวนสุนันทา 16.มรภ.สุราษฎร์ธานี 17.ม.ศรีปทุม 18.ม.สวนดุสิต 19.ม.หอการค้าไทย 20.ม.อัสสัมชัญ 21.ม.อีสเทิร์นเอเชีย 22.วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา 23.สถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ 24.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 25.สถาบันการบินพลเรือน 26.ม.มหาสารคาม(กำลังจะเปิด) และ 27.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

วันพุธที่ 30 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สพป.เชียงใหม่ เขต ๔ แจ้งคัดเลือกโรงเรียนประชารัฐในสภากาแฟ ครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๙

841581.jpg

วันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่ห้องประชุมหางดง มีประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 10/2559 ประธานในที่ประชุมโดย ดร.ทวี อุปสุขิน ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 4 กลุ่มอำนวยการดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุม โดยย่อดังนี้

ระเบียบวาระที่ 1 : ประธานแจ้งในที่ประชุมแนะนำ รอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 4 คนใหม่ นายสมชัย ศรีลาชัย โดยได้รับมอบหมายให้ควบคุม กำกับดูแล สถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาอำเภอแม่วาง

ระเบียบวาระที่ 2 : เรื่อง สพป.เชียงใหม่ เขต 4 คัดเลือกโรงเรียนประชารัฐ ในสังกัด

1.อำเภอสันป่าตอง จำนวน 8 โรง คือ โรงเรียนวัดช่างกระดาษ โรงเรียนบ้านหัวริน โรงเรียนวัดน้ำบ่อหลวง โรงเรียนบ้านทุ่งเสี้ยว(นวรัฐ) โรงเรียนบ้านร่องน้ำ โรงเรียนวัดโรงวัว โรงเรียนวัดกู่คำ และโรงเรียนบ้านห้วยส้ม

2.อำเภอสารภี จำนวน 8 โรง คือ โรงเรียนบ้านปากเหมือง โรงเรียนวัดท่าต้นกวาว โรงเรียนวัดนันทาราม โรงเรียนวัดบวกครกเหนือ โรงเรียนวัดเทพาราม โรงเรียนบ้านสันทราย โรงเรียนวัดพระนอนหนองผึ้ง และโรงเรียนเวียงเศษรฐิวิทยา

3.อำเภอหางดง จำนวน 6 โรง คือ โรงเรียนบ้านปง โรงเรียนบ้านฟ่อน โรงเรียนบ้านสันทราย โรงเรียนบ้านฟ่อน โรงเรียนบ้านหนองตอง และโรงเรียนบ้านดง

4.อำเภอดอยหล่อ จำนวน 2 โรง คือ โรงเรียนบ้านเหล่าเป้า และโรงเรียนบ้านใหม่หนองหอย

5.อำเภอแม่วาง จำนวน 2 โรง คือ โรงเรียนบ้านทางศาลา และโรงเรียนแม่วินสามัคคี

ระเบียบวาระที่ 3 : เรื่อง กำหนดการโครงการสืบสานประเพณีปี๋ใหม่เมือง 19 เมษายน 2559

ระเบียบวาระอื่น : รอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 4 รายงานผลการดำเนินงาน และแต่ละกลุ่มงานรายงานภารกิจงานที่ได้รับมอบหมาย

มติที่ประชุมรับทราบ เลิกประชุมเวลา 12.00 น.

เผยแพร่แล้วที่ https://www.facebook.com/prcmi4/ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1014960135262015.1073742981.26…

……………………………………..

ฐิตารีย์ คำนิล ภาพ/ข่าว

29 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สนุกกับสื่อ-เทคโน-ภาษาอุดมดรุณีเน้นครู-นร.ต้องรู้

kfakhajbka875a6b8ba7g.jpg

“ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนใช้กันหมด เราต้องเลือกมาใช้เพื่อที่จะให้เด็กเกิดการพัฒนา และกระตุ้นความสนใจของเด็กให้เด็กสนใจที่จะเรียนในหลายๆ วิชา ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเราต้องใช้สื่อในการสอนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเรียนมากขึ้น” เป็นคำพูดของ “เกตุสุริยงค์ คงเจริญ” ครูรุ่นใหม่แห่งโรงเรียนอุดมดรุณี จ.สุโขทัย ที่เผยถึงความสำคัญในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี และสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงพัฒนาครู และบุคลากรเป็นผู้นำด้านการจัดการเรียนการสอน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของโรงเรียนแห่งนี้ “การเรียนแต่ในหนังสืออย่างเดียวอาจจะทำให้เด็กไม่เห็นภาพ ซึ่งส่งผลต่อความเข้าใจ แต่พอมีสื่อเข้ามาช่วย ทำให้สนุก หาข้อมูลง่ายขึ้น และเข้าใจมากยิ่งขึ้น” ครูเกตุขยายความให้เห็นภาพถึงความสำคัญของสื่อการเรียนการสอน ซึ่งนอกจากจะช่วยเด็กแล้วยังช่วยครูอีกด้วย นอกจากนี้ ครูเกตุยังให้ความสำคัญกับ “ภาษาอังกฤษ” แม้ส่วนตัวจะเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์แต่ก็มักจะใช้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย “อาเซียนเปิดแล้ว ภาษาอังกฤษมีความสำคัญจริงๆ นะ ส่วนตัวจะเน้นสอนเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น เช่น ใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในการสอน หรือเวลาเจอกันในคาบเรียนก็จะมีการสนทนากับเด็กเป็นภาษาอังกฤษ ทักทายบ้าง พูดคุยกันบ้าง ซึ่งก็สนุกสนานกันไป ประกอบกับทางโรงเรียนจะจัดครูชาวต่างชาติให้เด็กทุกชั้นเพื่อสร้างความคุ้นชิน มีความกล้า และมั่นใจที่จะสื่อสาร อีกทั้งยังมีแผนการเปิดภาษาที่สาม อาจจะเป็นภาษาเพื่อนบ้านอย่างพม่า เพราะประตูอาเซียนเปิดก็จะมีคนเข้ามาทำงานในบ้านเรามากขึ้น” ครูเกตุเผย ไม่เพียงแต่กิจกรรมในชั้นเรียนเท่านั้น ทางโรงเรียนยังมีกิจกรรมนอกชั้นเรียนอีกมากมาย ทั้งกิจกรรมอาเซียน กิจกรรมมันเดย์ มอนิ่ง ในทุกๆ วันจันทร์ รวมไปถึงกิจกรรมย่อยๆ อย่างเช่น การร้องเพลง การแสดงละครเวที ละครสั้นภาษาอังกฤษ เป็นต้น ปัจจุบัน โรงเรียนแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จ.สุโขทัย, ศูนย์บริการแนะแนว จ.สุโขทัย, ศูนย์การเรียนการสอนภาษาฝรั่งเศส จ.สุโขทัย, ศูนย์การเรียนวิชาศิลปศึกษา จ.สุโขทัย, ศูนย์นักเรียน เอ เอฟ เอส เขตสุโขทัย และศูนย์บริการแนะแนว จ.สุโขทัย “ครูต้องตื่นตัวไปพร้อมๆ กับเด็ก อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ถ้าครูกลัว ครูจะไม่ทันเด็กยุคใหม่ที่ก้าวไปไวในทุกๆ วัน ซึ่งครูต้องเป็นที่ปรึกษา และคนแนะแนวเด็กได้ อย่างเปิดอาเซียนแล้ว แน่นอนว่าภาษาสำคัญ แต่แนวทางในการประกอบอาชีพก็สำคัญเช่นกัน ครูต้องติดตามข่าวสาร รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมส่งเสริมทักษะความสามารถที่จำเป็นต้องส่งเด็กออกไปเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกชั้นเรียน” ครูเกตุ ยกตัวอย่างโครงการ Thailand ICT Youth Challenge ซึ่งเป็นเวทีส่งเสริมการเข้าถึงไอซีทีของเด็กไทย รวมไปถึงการนำไอซีทีมาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น เกิดจากการร่วมมือกันของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อการ (MICT) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) โดยในปี 2014 โรงเรียนได้รางวัลชนะเลิศจากการประกวดประเภทแผ่นพับ ชื่อผลงานว่า School in the future “น้ำพริก” ธนัชพร พงษ์พิทักษ์ และ “สิตา” บุณสิตา เจริญบุญ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คือเจ้าของรางวัลชนะเลิศจากการประกวดประเภทแผ่นพับดังกล่าว โดยทั้งสองบอกว่า สื่อการเรียนการสอนเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยในการเรียนการสอน และเพิ่มบรรยากาศในห้องเรียนให้น่าเรียนมากขึ้น ก่อนจะฝากไปถึงการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษเพื่อเป็นหน้าต่างสู่โอกาสในการเป็นพลเมืองของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน “ภาษาอังกฤษไม่ยาก สามารถฝึกทักษะได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านการดูหนัง ฟังเพลง หรือโปรแกรมสอนภาษาต่างๆ ถ้าเราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ โอกาสต่างๆ ก็จะตามมา โดยเฉพาะการทำงานในยุคที่ภาษามีความจำเป็นอย่างมาก อยากให้ทุกคนลุกขึ้นมาพัฒนาทักษะของตัวเองค่ะ” โรงเรียนอุดมดรุณี ตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย สนใจเยี่ยมชมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-55-6112-71

วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.๔๔ ดัน ศึกษาธิการจังหวัด เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา

ม.44 ดัน “ศึกษาธิการจังหวัด” เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา : โดย…ทีมข่าวการศึกษา

Read More…

สพม.เขต ๓๕ เดินหน้าสร้างความเข้าใจคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แก่ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด

840687.jpg

นายทองปอนด์ สาดอ่อน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๕ เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ มีผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรเข้าร่วมประชุม กว่า ๘๐ คนเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมสักทอง สพม.เขต ๓๕ สาระสำคัญการประชุมครั้งนี้ เพื่อเดินหน้าสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทิศทางนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการในส่วนภูมิภาค ตลอดรวมถึงการจัดพิธีทำบันทึกข้อตกลงลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๕ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙ และผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดจำนวน ๔๖ โรงเรียน นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ แมงมุม เกี่ยวกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่สาธารณชนให้รับทราบโดยทั่วกัน

สำหรับรายละเอียดสำคัญ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ตาม ลิ้งค์ด้านล่างนี้

ดาวน์โหลดเอกสาร ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ที่นี้ http://www.secondary35.go.th/admin/index.php?module=article&id=410

นอกจากนี้ บริษัท ทีโอที มหาชน จำกัด มาแนะนำวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตในสถานศึกษา และแนวทางป้องกันการลักลอบใช้ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์อีกด้วย

ชมข่าว สพม.เขต ๓๕ http://www.secondary35.go.th/admin/index.php?id=850&module=news

ข่าวสร้างความเข้าใจคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกับ บุคลากรในสำนักงาน สพม.เขต ๓๕ http://www.secondary35.go.th/admin/index.php?module=news&id=851

ชมข่าว สพม.เขต ๓๕ สร้างความเข้าใจคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แก่คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดลำพูน ๙๐๐ คน http://www.secondary35.go.th/admin/index.php?id=852&module=news

25 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยครูจิราภรณ์ ธรรมลังกา

ชื่อรายงาน : การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

กลุ่มสาระการเรียนรู้ : กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ชื่อผู้รายงาน : นางจิราภรณ์ ธรรมลังกา

ปีการศึกษา : 2558 บทคัดย่อ การพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1. พัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75

2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

3. ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนตากพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 31 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ประกอบด้วย

1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 5 เล่ม

2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ลำดับและอนุกรม รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ

3. แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และ การทดสอบแบบที (t – test) ผลการพัฒนาพบว่า

1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 5 เล่ม มีประสิทธิภาพเท่ากับ 78.89/75.73

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 5 เล่ม สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ลำดับและอนุกรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ขอเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ของนางคมคาย พฤกษากร โรงเรียนวัดพระนอนหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ›

พฤหัสบดี, 24 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ