รพ.เดชาขอเวลา๖๐วันปรับปรุงบริการ

สบส.เผยทีมผู้บริหาร รพ.เดชา ขอเวลา 60 วัน ปรับปรุงบริการให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย รอให้ครบกำหนดก่อนชี้ขาดปิดถาวรหรือไม่

fdffj7kada79efi8gf5i7.jpg

ความคืบหน้ากรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้อนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มีคำสั่งปิดชั่วคราวโรงพยาบาลเดชา 30 วัน เนื่องจากไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด และผู้รับอนุญาตหรือเจ้าของกิจการเสียชีวิตแต่ไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งบุคคลใหม่เป็นเจ้าของกิจการ ส่งผลให้โรงพยาบาลได้รับการร้องเรียนเรื่องการให้บริการอย่างมาก และมีปัญหาค้างค่าจ้างบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเป็นเวลานาน 4 เดือนแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งปิดโรงพยาบาลเดชา ตามมาตรา 50 พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 เป็นระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง เนื่องจากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน คือ 1.ไม่จัดให้มีบุคลากรตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะบุคลากรวิชาชีพ 3 สาขาหลักที่จำเป็นในการบริการของโรงพยาบาล ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร และ 2.มีการปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน หรืออีอาร์ จนเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ก่อความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง ผู้ป่วยสูญเสียโอกาสในการรับการรักษาพยาบาล ทั้งนี้ สบส.ได้หารือกับทีมผู้บริหารใหม่ของโรงพยาบาลเดชาแล้ว เบื้องต้นได้รับการแจ้งว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการจัดการภายใน ตอนนี้ยังมีความประสงค์จะเปิดให้บริการอยู่ แต่ขอเวลาในการปรับปรุง ทาง สบส.จึงให้เวลาในการปรับปรุงทั้งเรื่องบุคลากร สถานที่ และการให้บริการ ให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ภายในระยะเวลา 60 วัน หลังจากนี้หากยังไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะปิดชั่วคราวหรือถาวร วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลเดชา ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม. นายสุวิทย์ สุมาลา รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายอนันตชัย อุทัยพัฒนาชีพ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินทางเข้าพบลูกจ้างโรงพยาบาลเดชา หลังมีเรื่องร้องเรียนไม่ได้รับการจ่ายเงินเดือนกว่า 4 เดือน ขณะที่ลูกจ้างบางรายถึงขั้นถูกไล่ออกจากห้องเช่าเนื่องจากไม่มีเงินจ่าย เพื่อชี้แจงถึงแนวทางการช่วยเหลือ นายสุวิทย์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานไม่เพิกเฉยต่อเรื่องนี้ โดยออกหนังสือเชิญผู้บริหารโรงพยาบาลเดชาชุดใหม่ ที่มี จ.ส.อ.ชาญณรงค์ ประเสริฐศรี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศรีอยุธ จำกัด เข้าหารือ เพื่อแก้ปัญหา โดยที่ผ่านมาทำหนังสือเรียกผู้บริหารชุดใหม่ชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง ในวันที่ 29 เมษายน และวันที่ 10 พฤษภาคม แต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.พญาไท ในข้อหาไม่ชำระเงินค่าจ้างกับลูกจ้าง และแจ้งความ สน.ดินแดง ในข้อหาไม่มาพบตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน และเตรียมดำเนินคดีทางอาญาต่อไป อย่างไรก็ตามธุรกิจโรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจและมีอนาคต แนวทางการช่วยเหลือพนักงานเบื้องต้น มี 2 แนวทาง คือ 1.นำผู้บริหารพูดคุยกับพนักงานและจ่ายเงินเป็นหลักก่อน แต่หากไม่จ่ายเงินจะใช้แนวทางที่ 2 คือ ลูกจ้างสามารถเขียนคำร้องถึงกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อขอให้บังคับจ่ายเงินตามเกณฑ์ขั้นต่ำแบบค่าจ้างรายวันเป็นเวลา 60 วันจะอยู่ในจำนวนเงินราว 8,000 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีผู้ป่วยเดินทางเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลเดชา โดยในส่วนผู้ที่อยู่ในสิทธิประกันสังคม ประมาณ 50 คน ที่เดินทางมารับบริการ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เดินทางไปรับการรักษาต่อที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ต่อมากลุ่มผู้บริหารใหม่ของโรงพยาบาลเดชา นำโดย จ.ส.อ.ชาญณรงค์ เดินทางเข้าพบพนักงานและใช้เวลาหารือร่วมกันก่อนเดินทางกลับ น.ส.วารุณี เจริญพงศ์นรา ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ศรีอยุธ จำกัด กล่าวว่า ปัญหาการค้างชำระเงินเดือนกับพนักงานกว่า 180 คน รวม 12,042,000 บาท ยืดเยื้อมากว่า 4 เดือนแล้ว ตั้งแต่ปลายธันวาคม 2558 สมัยผู้บริหารชุดเก่า ทั้งนี้พนักงานเรียกร้องให้บริษัทเร่งเคลียร์เอกสารทางกฎหมาย พร้อมจ่ายเงินพนักงาน เนื่องจากขณะนี้ทราบว่าจะมีกลุ่มบริษัทเอกชนที่มีตัวแทนจากต่างชาติสนใจมาลงทุนด้านสถานพยาบาลและต้องการซื้อกิจการ ด้าน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีผู้ประกันตน 4 หมื่นคน ที่มีสิทธิรักษาที่โรงพยาบาลเดชา ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการประสานย้ายโรงพยาบาลรับรองสิทธิไปที่ใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลเลิดสิน ทั้งนี้ระหว่างดำเนินการทางผู้ประกันตนสามารถเข้ารักษาที่สถานพยาบาลอื่นแล้วนำใบเสร็จมาเบิกกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ภายหลังได้ ขอให้ผู้ประกันตนไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่ได้รับสิทธิรักษา ส่วนกรณีผู้ป่วยตามสิทธิประกันสังคม 5 คนที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลเดชา ได้ย้ายไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว 4 คน ไปรักษาที่โรงพยาบาลพญาไท 1 คน ส่วนมาตรการเรื่องการคัดกรองโรงพยาบาลในระบบประกันสังคมในอนาคตก็ต้องหารือกับคณะกรรมการการแพทย์อีกครั้ง นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สปส.ได้ประสานขอย้ายผู้ประกันตนที่ถือบัตรรับรองสิทธิของโรงพยาบาลเดชาไปยังโรงพยาบาลเลิดสินและโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนหลังวันที่ 16 พฤษภาคม ก่อนหน้านี้ เวลา 10.00 น. น.ส.ดรุณี สถานสถิตย์ อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลเดชา แผนกผู้ป่วยใน พร้อมเพื่อนพยาบาล 4 คน ได้เข้าลงบันทึกประจำวันที่ สน.พญาไท โดยมี ร.ต.ท.พิฆเนศ เตรียมเกิดทรัพย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พญาไท เป็นผู้รับเรื่อง กรณีโรงพยาบาลเดชาไม่จ่ายเงินเดือนพนักงาน น.ส.ดรุณี กล่าวว่า ทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลเดชานาน 6 ปี ซึ่งก่อนหน้าตนและกลุ่มเพื่อนก็ไม่ได้รับเงินเดือนตรงตามเวลาที่กำหนดมาหลายครั้งแล้ว บางครั้งผ่านไป 2 เดือนเงินเดือนถึงจะออก จนพนักงานที่นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี หลายคนเข้าใจมาตลอด แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เจ้าของโรงพยาบาลคนเก่ามีอาการป่วยหนักและเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จนมีกลุ่มผู้บริหารใหม่เข้ามา แต่ก็มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเดือนอีก ครั้งสุดท้ายที่ได้รับเงินเดือนคือเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็เป็นของเดือนธันวาคม 2558 ที่ค้างจ่าย หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับเงินเดือนอีกเลย มีเพียงหนังสือแจ้งการผ่อนผันการจ่ายค่าจ้างรายเดือน ซึ่งในหนังสือลงชื่อกลุ่มผู้บริหารกลุ่มใหม่ซึ่งพวกตนไม่เห็นหน้าและรู้จักมาก่อน น.ส.ดรุณี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้พวกเราได้ไปร้องเรียนที่กรมแรงงาน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบเอกสาร และในวันนี้จึงได้มาลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อเป็นหลักฐาน เพื่อนำไปใช้ในการฟ้องร้องเรียกเงินเดือนกับทางโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามเพื่อนพยาบาลบางคนยอมทำงานจนถึงวันสุดท้ายคือวันที่ 11 พฤษภาคม ทั้งที่ไม่ได้รับเงินเดือนมากว่า 6 เดือนแล้ว บางคนทำงานจนผู้ป่วยคนสุดท้ายถูกย้ายออกจากโรงพยาบาล ส่วนตนและเพื่อนพยาบาลต้องการให้โรงพยาบาลจ่ายเงินเดือนที่ค้างอยู่ให้ครบเท่านั้น ด้าน ร.ต.ท.พิฆเนศ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทางโรงพยาบาลมีเจตนาเบี้ยวจ่ายเงินเดือนพนักงานจริง ซึ่งต้องมีการฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งโดยผู้เสียหายจะรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งทีมทนายความก่อนจะมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements

Tags:

%d bloggers like this: