ประชุมโครงการ กยศ./กรอ. เพื่อชาติ

855596.JPG

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ (กยศ.) เป็นกองทุนที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙ มีฐานะเป็นนิติบุคคล จัดตั้งเป็นเงินกองทุนในลักษณะเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษา อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกองทุนให้กู้ยืมเงินแก่นักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้กู้ยืมเงินเพื่อใช้เป็นค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมสุขสมใจ สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ นายประยงค์ เลาลักษณ์จรรยา รอง ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ ได้เป็นประธานการประชุมครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสร้างความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเพื่อเพิ่มโอกาสให้รุ่นน้องได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยการให้แนวคิด คติเตือนใจในเรื่องการบริหารหนี้ กยศ. ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบและตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับรุ่นน้องๆ ต่อไป กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เริ่มดำเนินการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ กู้ยืมเรียนได้ ตั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและสายอาชีพจนถึงระดับปริญญาตรี มีการบริหารงานกองทุน กยศ. ในรูปแบบคณะกรรมการทั้งในระดับประเทศ ระดับกระทรวง และระดับจังหวัด ซึ่งรัฐบาลถือว่า งานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นกลไกสำคัญที่ต้องให้การสนับสนุน เพราะเป็นการขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน อย่างเท่าเทียมกัน โดยกำหนดกติกาการกู้ยืม คือ ผู้กู้ยืมสามารถกู้ยืมเงิน กยศ. ได้ในส่วนที่เกี่ยวกับ ค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา โดยในระหว่างที่นักเรียน นักศึกษา กู้ยืมเรียนนั้น ทางกองทุนจะไม่คิดดอกเบี้ย และเมื่อกู้ยืมเรียนจบการศึกษาแล้วยังพักหนี้ให้อีก ๒ ปี ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมได้หางานทำ และเมื่อครบกำหนดแล้ว ผู้กู้ยืมสามารถผ่อนชำระเงินคืนกองทุนเป็นรายเดือน หรือรายปี ได้นานถึง ๑๕ ปี ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑ ต่อปี ทั้งนี้เพื่อนำเงินที่ได้นำกลับไปหมุนเวียนให้รุ่นน้องได้กู้ยืมเรียนต่อไป

18 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

Tags: , , , , ,

%d bloggers like this: