มั่นใจสอบนมร.ร.โผล่เขมรได้แน่

มิลค์บอร์ดจ่อออกระเบียบใหม่ปีการศึกษา 2559 บริหารจัดการนมโรงเรียนแก้ปัญหาทั้งระบบ ปลัดเกษตรฯ มั่นใจสอบข้อเท็จจริงนมโรงเรียนโผล่ขายเขมรได้แน่

5hbkb7ajcjkikae8566jb.jpg

ความคืบหน้าการสอบสวนกรณีนมโรงเรียนไปโผล่วางจำหน่ายภายในร้านสะดวกซื้อในประเทศกัมพูชา ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามประกาศของคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน หรือมิลค์บอร์ด ที่กำหนดโทษของการลักลอบจำหน่ายนมโรงเรียนออกต่างประเทศ ให้ตัดโควตาการจำหน่ายนมออก 5% นั้น ไม่ถือว่าน้อยเกินไป เนื่องจากสิ่งที่สำคัญที่มิลค์บอร์ดต้องคำนึงถึงคือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่อาจต้องถูกยกเลิกสัญญาซื้อขายนมดิบตามไปด้วย ดังนั้น มิลค์บอร์ดต้องพิจารณากรณีของสหกรณ์ที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการส่งออกนมออกต่างประเทศอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตามในภาพรวมต้องยอมรับว่ากระบวนการจัดสรรนมโรงเรียนในช่วงที่ผ่านมา ยังมีความหละหลวมในบางขั้นตอนจะเห็นปัญหานมบูด นมล้นตลาด เป็นต้น ดังนั้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป มิลค์บอร์ดได้ออกระเบียบใหม่เพื่อบริหารจัดการนมโรงเรียนทั้งหมดรวมทั้งการตั้ง นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดและการลงโทษ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีและจะทำหน้าที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงการส่งออกนมโรงเรียนของสหกรณ์วังน้ำเย็นเป็นครั้งแรก โดยมีคำสั่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนี้

“หากสหกรณ์วังน้ำเย็นมีความผิดจริงต้องลงโทษตามระเบียบก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการลงโทษในขั้นต่อไปจะต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก โดยต้องรอดูผลการสอบสวน คาดว่าผลที่ได้จะเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เนื่องจากนมโรงเรียนแต่ละกล่องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง” นายธีรภัทร กล่าว

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวอีกว่า ส่วนการบริหารจัดการนมโรงเรียนปี 2559 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานให้สูงขึ้นภายในปี 2560 ปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรโควตานมโรงเรียนให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสตอบสนองความต้องการ เป็นประโยชน์แก่นักเรียน เกษตรกรและสหกรณ์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่เข้ามารับผิดชอบแต่ขาดการบูรณาการ มีการจัดสรรสิทธิให้ผู้ประกอบการรายเดิมเป็นระยะเวลานาน แม้จะมีคณะอนุกรรมการและคณะทำงานกำกับ ติดตาม และตรวจสอบแต่ไม่ครบทุกขั้นตอนและปฏิบัติไม่ต่อเนื่อง

ดังนั้นภายใต้การบริหารนมโรงเรียนใหม่ จะบูรณาการหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการที่ชัดเจนทุกขั้นตอน มีหลักเกณฑ์และแนวทางการควบคุมการบริหารที่ชัดเจนและมีมาตรฐานสูงขึ้น มีแผนพัฒนาการจัดการมาตรฐานฟาร์มและคุณภาพน้ำนม (จีเอพี) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายใหม่ได้เข้าสู่ระบบการผลิตนมโรงเรียนเพิ่มขึ้น มีคณะอนุกรรมการและคณะทำงานกำกับ ติดตามอย่างต่อเนื่อง และมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

สำหรับหลักเกณฑ์การปฏิบัติฟาร์มให้ได้จีเอพีต้องมีโครงเรือนได้มาตรฐาน มีสัตวแพทย์ควบคุม ปัจจุบันได้จีเอพีแล้ว 4,025 ฟาร์ม หรือ 24% จากทั้งหมด 16,770 ฟาร์ม ด้านการขนส่งนมพาสเจอร์ไรซ์ต้องขนส่งด้วยรถห้องเย็นอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ผู้ประกอบการต้องมีรถห้องเย็นเพียงพอกับสิทธิที่ได้รับ เป็นผู้จัดหาเทอร์โมมิเตอร์และตู้เย็นหรือถังแช่ที่สะอาดและต้องส่งนมทุกวัน การเก็บต้องอยู่ในตู้เย็นหรือถังแช่มีอุณหภูมิไม่เกิน 8 องศาเซลเซียล และต้องมีเทอร์โมมิเตอร์เพื่อวัดอุณหภูมิด้วย

ส่วนกรณีนมยูเอชที ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกที่มีตู้หรือหลังคาหรือผ้าใบปิดมิดชิด บรรจุในลังกระดาษและไม่ควรซ้อนลังสูงเกิน 10 ชั้น ต้องส่งไม่เกินครั้งละ 30 วัน สถานที่จัดเก็บต้องสะอาด บนชั้นยกสูงจากพื้นอย่างน้อย 10 เซนติเมตร และไม่ควรซ้อนลังสูงเกิน 8 ชั้น สถานที่ไม่เปียกชื้น ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง

นายธีรภัทร กล่าวด้วยว่า การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบโรงเรียนนั้น ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งสิ้น 70 ราย ในจำนวนนี้มี 2 รายที่เข้ามาใหม่ ในขณะที่มีผู้ถูกตัดสิทธิยกเลิกไป 3 ราย ซึ่งการจัดสรรโควตาแต่ละครั้งจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินทุกครั้ง โดยทุกวันที่ 5 ของเดือน ผู้ประกอบการจะต้องรายงานยอดการใช้นม ยอดการผลิต ยอดการส่งมอบ ตามความเป็นจริง โดยจะมีคณะทำงานกำกับ ติดตามและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากมาตรการควบคุมดังกล่าวนี้จะส่งผลให้คณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ไม่ยาก

วันเดียวกัน นายธีรภัทรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบนมพาสเจอร์ไรซ์ ที่สหกรณ์โคนมขอนแก่น ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนมให้แก่โรงเรียนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา นักเรียนโรงเรียนสนามบิน อ.เมือง จ.ขอนแก่น กว่า 80 คน ต้องนำส่งโรงพยาบาลหลังดื่มนมโรงเรียนไป 10 นาที เกิดอาเจียนและปวดท้องอย่างหนัก และครูประกาศเสียงตามสายให้หยุดดื่มนมทันที

นายธีรภัทร กล่าวว่า ได้ประชุมกับมิลค์บอร์ดระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานถึงเรื่องส่วนที่เกี่ยวข้องกับนมโรงเรียนในเรื่องมาตรฐานต่างๆ ส่วนกรณีนักเรียนโรงเรียนสนามบินได้รับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขโดยได้ตรวจสอบสารต่างๆขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังให้คำแนะนำหน่วยงานที่ดำเนินการตรวจสอบในขั้นตอนของการจัดเก็บ เนื่องจากนมในลอตเดียวกันมีการส่งไปยังโรงเรียนอื่นๆ ด้วย แต่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับโรงเรียนสนามบิน แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากนมหรือไม่ อย่างไรก็ตามนับจากนี้ไปต้องเคร่งครัดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากมีเด็กนักเรียนที่ดื่มนมโรงเรียนกว่า 7.5 ล้านคน และเกี่ยวข้องกับผู้ปกครองอีกกว่า 14 ล้านคน จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นโดยย้ำกับมิลค์บอร์ดให้ดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น

ด้าน นายอำนวย ทงก๊ก ประธานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด เปิดเผยถึงกรณีนมโรงเรียนไปวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อที่ประเทศกัมพูชา โดยยอมรับว่านมกล่องโรงเรียนที่มีคนไทยในกัมพูชาถ่ายภาพมาลงโซเชียลออนไลน์นั้น เป็นของสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นจริง เนื่องจากถูกตัดโควตาลงถึง 1 แสนกล่อง ซึ่งองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เยียวยาให้กว่า 4 หมื่นกล่อง ส่วนที่เหลือกว่า 5 หมื่นกล่อง ทางสหกรณ์ต้องแบกภาระสต็อกจำนวนมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากข้างกล่องนมระบุว่า “ห้ามขายภายในประเทศ” แต่สินค้าดังกล่าวเป็นเงินลงทุนของสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นค่ากล่องและน้ำนมดิบ ในฐานะผู้บริหารสหกรณ์โคนม เมื่อเจอปัญหานี้จึงต้องหาทางออก ไม่ยอมให้ขาดทุนจึงได้ติดต่อกับนายทุนประเทศกัมพูชาเพื่อจะขายนมลอตดังกล่าว ซึ่งนายทุนกัมพูชาก็ตกลงชื้อเงินสดและขายดีมาก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจากที่มีคู่แข่งทางการค้าอาจถือโอกาสออกมาโจมตี

“อยากขอความเป็นธรรมต่อประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ด้วย ตามที่มีผู้แสดงความคิดเห็น ส่วนใหญ่ตั้งคำถามว่าอาจเป็นการทุจริตหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เพราะถ้าเป็นเรื่องไม่ดีสหกรณ์จะไม่ทำ” นายอำนวย กล่าว

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements

Tags:

%d bloggers like this: