Archive | March 2017

สอศ.เดินสายอาชีวะสัญจรติดตามผลการรับนักเรียนปี๖๐ ใน ๔ ภูมิภาค

16868.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายติดตามผลการรับนักเรียน นักศึกษา และโครงการทวิศึกษา ให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน ภาคเหนือ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกหนักใจที่เด็กส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา เพราะเป็นค่านิยมของการมุ่งใบปริญญา แต่กลับพบว่าผู้ที่จบปริญญาตรีก็ไม่มีงานรองรับ ต้องหันมาเปิดกิจการของตนเอง ดังนั้น เราจำเป็นต้องเร่งสร้างแรงจูงใจในการเรียนสายอาชีพมากขึ้นว่าเรียนจบแล้วมีงานทำ ขณะเดียวกันตนจะทำความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในโครงการทวิศึกษากับสถานศึกษาในสังกัด อปท.เนื่องจากพบว่า สถานศึกษาที่จัดโครงการนี้ไม่ได้รับงบประมาณดำเนินการ เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ตนยังได้ทำหนังสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อขอให้ครูแนะแนวของวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ได้เข้าไปแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพให้แก่นักเรียน แต่ก็ยังพบว่าโรงเรียนบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยและเขตพื้นที่ฯได้ประสานการทำงานเรื่องระบบการแนะแนวให้มากขึ้น อีกทั้งขอกำชับให้ผู้บริหารวิทยาลัยได้อยู่สถานศึกษาเพื่อทำงานบริหาร เพราะตนรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้บริหารวิทยาลัยบางคนไม่อยู่วิทยาลัยเพื่อเซ็นใบจบการศึกษาให้เด็ก ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น จึงขอให้ผู้บริหารใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้นด้วย สำหรับแผนรับนักเรียนนักศึกษาในปี การศึกษา2560 ทั้งรัฐและเอกชนมีแผนรับ 329,069 คน จากเดิมในปี 2559 จำนวน 221,862 คน จะต้องเพิ่มขึ้น 107,207 คน

“ผมไม่รู้สึกหนักใจหากนโยบายที่ได้สั่งการไปทุกคนได้ปฎิบัติอย่างเต็มที่แล้ว และแม้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายแต่ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องนำมาใช้เป็นข้อมูลคิดหาแนวทางรับนักศึกษาในปีถัดไปให้ดียิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ผมมองเห็นปัญหาและจะต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนในปีถัดไปก็คือ หารือกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เรื่องการปรับลดจำนวนห้องเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงลง เช่น บางโรงเรียนเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 8 ห้องเรียน ก็อาจให้ลดเหลือ 5 ห้องเรียน เป็นต้น รวมถึงจะส่งเสริมให้เปลี่ยนระบบแนะแนวการเข้าเรียนต่อสายอาชีพให้มีความเข้มข้นมากขึ้นและทำอย่างจริงจังมากกว่าที่ผ่านมา” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ด้าน นายไพบูลย์ วงศ์ยิ้มย่อง ผอ.วิทยาลัยเทคนิค(วท.)เชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วน วท.เชียงใหม่ ปีนี้จะจำกัดจำนวนการรับนักศึกษา เพื่อกระจายผู้เรียนไปยังวิทยาลัยอื่นๆจากเดิมที่รับนักศึกษา จำนวน 1,100 คนจะปรับลดเหลือ 800 คน แต่ยังคงสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานไว้ เช่น สาขาเทคนิคยานยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากโรงเรียนสายสามัญศึกษามีความจริงใจในการปล่อยเด็กออกมา ตัวเลขของเด็กที่จะมาเรียนสายอาชีพจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจและปรับทัศนคติของผู้ปกครองว่าเมื่อเข้าเรียนสายอาชีพแล้วจบออกมามีงานทำอย่างแน่นอน และหวังว่าทุกๆวิทยาลัยจะให้ความสำคัญในการเพิ่มยอดผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมาย มิฉะนั้นประเทศไทยคงไม่สามารถพัฒนาบุคลากรให้ไปสู่เป้าหมายประเทศไทย 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 22 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

อาชีวะจัดอบรมพัฒนาครูและนักศึกษาอาชีวศึกษาแกนนำธรรมาภิบาล

0.JPG

ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาการบริหารโครงการประจำสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดประชุมและบรรยายพิเศษการพัฒนาหลักสูตรการอบรมครูและนักศึกษา แกนนำสถานศึกษาธรรมาภิบาล ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา โดยมีครูแกนนำในสถานศึกษาอาชีวศึกษานำร่องต้นแบบจำนวน 25 แห่งเข้าร่วมโครงการ ณ ลำพวา อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาการบริหารโครงการประจำสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนงานป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานภาครับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลแก่ผู้บริหาร ครู บุคลากรและนักเรียน นักศึกษา เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาเกิดความสำนึกที่จะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้เป็นเยาวชนคนดีของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามในเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีระเบียบวินัย ขยันหมั่นเพียร ประหยัดและอดออม สุภาพมีน้ำใจ และมีจิตอาสา จิตสาธารณะ และเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและมีส่วนร่วมในการสร้างราชการใสสะอาดภายในสถานศึกษาและส่วนราชการ จึงได้จัดการประชุมพัฒนาหลักสูตรการอบรมครูและนักศึกษาแกนนำธรรมาภิบาลขึ้น เพื่อพัฒนาสถานศึกษานำร่องเป็นต้นแบบในการนำหลักธรรมาภิบาลไปปรับใช้ในสถานศึกษาทั้งระบบ อันจะนำไปสู่การป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างยั่งยืน การทำงานเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตามนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ ทั้งกระบวนการและเป้าหมาย คือ เน้นการใช้หลักธรรมาภิบาลในองค์กร และเปิดโอกาสให้บุคลากรในองค์กรได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ และยอมรับในศักยภาพของบุคคล ซึ่งเป็นกระบวนการเสริมสร้างพลังภายในของบุคคลเพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ธรรมาภิบาลในสถานศึกษามีความเข้าใจในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกันทั้งองค์กร ทั้งนี้ องค์ประกอบธรรมภิบาล มีทั้งหมด 6 ประการ ได้แก่ 1. หลักนิติธรรม 2. หลักความโปร่งใส 3. หลักการมีส่วนร่วม 4. หลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้ 5.หลักความคุ้มค่า และ 6.หลักคุณธรรม กลุ่มประชาสัมพันธ์ /16 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.เดินสายยกระดับ Fix it center ๔.๐

9.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it center thailand 4.0 ทั่วประเทศทั้งศูนย์ Fix it center ถาวรที่มีอยู่ 80 ศูนย์ และศูนย์ Fix it center ระดับตำบล 8,000 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยให้มีการจัดทำมาตรฐานปฎิบัติงานตามยุทธศาสตร์ประชารัฐที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม มีกิจกรรม ประกอบด้วย 1.บริการซ่อมเครื่องมือเครื่องจักรการเกษตรยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมให้คำแนะนำวิธีการใช้ และการดูแลรักษา 2.บริการสร้าง ต่อยอดอาชีพโดยสำรวจอาชีพตามความต้องการของชุมชน จัดทำหลักสูตรอาชีพหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ 3.บริการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยนำครูนักเรียนนักศึกษาไปเรียนรู้ และนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ… เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากจะยกระดับศูนย์ Fix it center ให้ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 แล้ว จะมีการจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฎิบัติงานของศูนย์ Fix it center ด้วยแจกจ่ายไปยัง Fix it center ทั่วประเทศ เพื่อให้มีรูปแบบการทำงานและกรอบการยกระดับคุณภาพที่ชัดเจน สำหรับการประชุมการเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติงาน Fix it center ศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อชุมชนไทยแลนด์ 4.0 ในภาคต่างๆ มีกำหนดการดังนี้ -ภาคเหนือ14 มี.ค.60 ณ วท.แพร่ -ภาคกลาง 15 มี.ค.60 ณ วท.สมุทรสงคราม – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 มี.ค 60 ณ วช.อุบลราชธานี – ภาคตะวันออก 20 มี.ค 60 ณ ศาลาอเนกประสงค์อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว- ภาคใต้ 23 มี.ค.60 ณ วษท.สุราษฎร์ธานี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 15 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.จัดอบรมจิตวิทยาให้ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนวเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม

page6.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยศูนย์พัฒนา ส่งเสริม ประสานงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ (ศพก.) ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม จัดอบรมจิตวิทยาวัยรุ่น ให้คำแนะนำ แก่ผู้บริหารฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา หัวหน้างานปกครอง งานแนะแนว และหัวหน้างานครูที่ปรึกษา ในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ และเอกชน 270 คน ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2560 ณ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างความเข้าใจในพฤติกรรม การให้การดูแลนักเรียน นักศึกษา และสานสัมพันธ์กลุ่มครูที่ปรึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเทอมใหม่

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวต่อไปว่า สำหรับหลักสูตรในการอบรม จะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน ความรู้ด้านเทคนิคการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เข้าใจประเด็นและพฤติกรรมของนักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเชิงทักษะ แลกเปลี่ยนสถานการณ์ และแนวทางการแก้ไขปัญหา จากกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้เพื่อจะได้ดูแลป้องปราม และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี เหมาะสม ในเรื่องของความรุนแรง และปัญหาการทะเลาะวิวาทที่อาจเกิดขึ้นในสถานศึกษาได้ โดยมีวิทยากรจากกรมสุขภาพจิตเป็นผู้ให้การอบรม

ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาบริหารโครงการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แนะผู้เข้าร่วมอบรมจิตวิทยาวัยรุ่นฯ ณ โรงแรมคลองทรายรีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้สถานศึกษา ครูทบทวนบทบาท ให้รู้จักตนเอง รู้จักนักศึกษา รู้จักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรู้จักชื่นชม สร้างความภาคภูมิใจในความดี เพื่อพัฒนาคนให้เป็นคนดีของประเทศ

สำหรับกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและอาชีวศึกษาเอกชน ที่เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ประกอบด้วย 7 กลุ่มสถานศึกษา รวมจำนวน 49 แห่ง ได้แก่กลุ่มที่1 จตุจักร จำนวน 7 แห่ง กลุ่มที่ 2 อนุสรณ์สถาน จำนวน 12 แห่ง กลุ่มที่3 ชัยสมรภูมิ จำนวน 3 แห่ง กลุ่มที่ 4 สวนหลวง ร.9 จำนวน 6 แห่ง กลุ่มที่ 5 ธนบุรี จำนวน 13 แห่ง กลุ่มที่ 6 กรุงเก่าจำนวน 4 แห่ง และกลุ่มที่ 7 บางปะกง จำนวน 4 แห่ง

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 7 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. จับมือมจพ. ร่วมพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษา

1.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบสะเต็มศึกษา ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า โครงการความร่วมมือดังกล่าว มีระยะเวลา 3 ปี โดยได้ร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่าย พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาแบบออนไลน์บนเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาหรือ UniNET ของกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาระบบการเรียนการสอนและรูปแบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อถ่ายทอดให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ตลอดจนร่วมกันพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนการสอนแบบออนไลน์ รูปแบบและการนำไปใช้ การพัฒนาหลักสูตรแบบการบูรณาการกับการเรียนการสอน ร่วมกันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา และรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ มีสถานศึกษานำร่องที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระรามหก และวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี ศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอนวิชาชีพทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่าย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานต่างๆ ด้านการศึกษาระหว่างกัน ร่วมกันพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่ายให้มีความพร้อมเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ และเพิ่มความชำนาญและสมรรถนะของนักเรียนและนักศึกษาให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและมีความพร้อมในการก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนเมื่อจบการศึกษาแล้วให้สามารถทำงานที่ซับซ้อนมากได้ หรือทำงานที่สามารถค้นคว้า วิจัยและพัฒนาได้ สามารถทำงานเป็นทีมและมีภาวะผู้นำเพื่อทำโครงการใหญ่ๆ ได้ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีสุขภาวะอนามัยที่ดี เป็นกำลังคนที่มีทั้งความรู้และทักษะ สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษา เพื่อผลิตนักเรียนและนักศึกษาให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 9 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สถาบันการอาชีวศึกษา เร่งพัฒนาฐานข้อมูลบูรณาการสู่มาตรฐานข้อมูลกลาง

0.jpg

สถาบันการอาชีวศึกษา เร่งพัฒนาฐานข้อมูลบูรณาการสู่มาตรฐานข้อมูลกลาง ​สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดการประชุมคณะทำงานโครงการพัฒนาฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการของสถาบันการอาชีวศึกษา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 – 25 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรม ทาวน์ อิน ทาวน์ กรุงเทพมหานคร ​ ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ การพัฒนาฐานข้อมูลและการส่งเสริมการใช้งานข้อมูลสารสนเทศเพื่อยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ ” ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสถาบันการอาชีวศึกษาได้ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการสถาบันฯ ให้มีศักยภาพ สามารถผลิตและพัฒนาบัณฑิตที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ โดยการประชุมครั้งนี้ เป็นการสร้างมาตรฐานข้อมูล และฐานข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา 202 แห่ง ในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา 23 แห่ง ในด้านการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการ บุคลากรในสถาบันฯ ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการใช้ฐานข้อมูลบูรณาการร่วมกันระหว่าง สอศ. สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ​ ด้าน นายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 กล่าวว่า สถาบันการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินการวิเคราะห์ความต้องการ สร้างมาตรฐานข้อมูลกลาง และพัฒนาฐานข้อมูลและสารสนเทศ รวมถึงส่งเสริมการใช้ ICT สำหรับการจัดเรียนการสอน และการบริหารจัดการ โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคจากข้อมูลที่สถาบันการอาชีวศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดแจ้งมายังคณะทำงานโครงการฯ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ตามมาตรฐานข้อมูลกลางของสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประกอบด้วย ข้อมูลสถานศึกษา ข้อมูลบุคลากรทุกประเภท ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา และข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษา เพื่อนำมาออกแบบมาตรฐานของฐานข้อมูลกลางต่อไป Cr.ข่าว : ​​​​​​​​ยุวดี บุตรวงษ์ : ​​​​​​​สถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 กลุ่มประชาสัมพันธ์ ​​​​​​​​24 กุมภาพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา