สอศ.เดินสายอาชีวะสัญจรติดตามผลการรับนักเรียนปี๖๐ ใน ๔ ภูมิภาค

16868.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายติดตามผลการรับนักเรียน นักศึกษา และโครงการทวิศึกษา ให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน ภาคเหนือ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกหนักใจที่เด็กส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา เพราะเป็นค่านิยมของการมุ่งใบปริญญา แต่กลับพบว่าผู้ที่จบปริญญาตรีก็ไม่มีงานรองรับ ต้องหันมาเปิดกิจการของตนเอง ดังนั้น เราจำเป็นต้องเร่งสร้างแรงจูงใจในการเรียนสายอาชีพมากขึ้นว่าเรียนจบแล้วมีงานทำ ขณะเดียวกันตนจะทำความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในโครงการทวิศึกษากับสถานศึกษาในสังกัด อปท.เนื่องจากพบว่า สถานศึกษาที่จัดโครงการนี้ไม่ได้รับงบประมาณดำเนินการ เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ตนยังได้ทำหนังสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อขอให้ครูแนะแนวของวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ได้เข้าไปแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพให้แก่นักเรียน แต่ก็ยังพบว่าโรงเรียนบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยและเขตพื้นที่ฯได้ประสานการทำงานเรื่องระบบการแนะแนวให้มากขึ้น อีกทั้งขอกำชับให้ผู้บริหารวิทยาลัยได้อยู่สถานศึกษาเพื่อทำงานบริหาร เพราะตนรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้บริหารวิทยาลัยบางคนไม่อยู่วิทยาลัยเพื่อเซ็นใบจบการศึกษาให้เด็ก ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น จึงขอให้ผู้บริหารใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้นด้วย สำหรับแผนรับนักเรียนนักศึกษาในปี การศึกษา2560 ทั้งรัฐและเอกชนมีแผนรับ 329,069 คน จากเดิมในปี 2559 จำนวน 221,862 คน จะต้องเพิ่มขึ้น 107,207 คน

“ผมไม่รู้สึกหนักใจหากนโยบายที่ได้สั่งการไปทุกคนได้ปฎิบัติอย่างเต็มที่แล้ว และแม้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายแต่ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องนำมาใช้เป็นข้อมูลคิดหาแนวทางรับนักศึกษาในปีถัดไปให้ดียิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ผมมองเห็นปัญหาและจะต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนในปีถัดไปก็คือ หารือกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เรื่องการปรับลดจำนวนห้องเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงลง เช่น บางโรงเรียนเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 8 ห้องเรียน ก็อาจให้ลดเหลือ 5 ห้องเรียน เป็นต้น รวมถึงจะส่งเสริมให้เปลี่ยนระบบแนะแนวการเข้าเรียนต่อสายอาชีพให้มีความเข้มข้นมากขึ้นและทำอย่างจริงจังมากกว่าที่ผ่านมา” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ด้าน นายไพบูลย์ วงศ์ยิ้มย่อง ผอ.วิทยาลัยเทคนิค(วท.)เชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วน วท.เชียงใหม่ ปีนี้จะจำกัดจำนวนการรับนักศึกษา เพื่อกระจายผู้เรียนไปยังวิทยาลัยอื่นๆจากเดิมที่รับนักศึกษา จำนวน 1,100 คนจะปรับลดเหลือ 800 คน แต่ยังคงสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานไว้ เช่น สาขาเทคนิคยานยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากโรงเรียนสายสามัญศึกษามีความจริงใจในการปล่อยเด็กออกมา ตัวเลขของเด็กที่จะมาเรียนสายอาชีพจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจและปรับทัศนคติของผู้ปกครองว่าเมื่อเข้าเรียนสายอาชีพแล้วจบออกมามีงานทำอย่างแน่นอน และหวังว่าทุกๆวิทยาลัยจะให้ความสำคัญในการเพิ่มยอดผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมาย มิฉะนั้นประเทศไทยคงไม่สามารถพัฒนาบุคลากรให้ไปสู่เป้าหมายประเทศไทย 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 22 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

Tags: , , , , , , , , , , , ,

%d bloggers like this: