Archive | Uncategorized RSS for this section

สอศ. จัดโครงการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

0.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดโครงการอบรม”ประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย” โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบพิธีถวายราชสักการะ กล่าวบทอาศิรวาทถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 และเป็นประธานเปิดการอบรม ครั้งที่ 1 (ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ) พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง “ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เขตภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ เข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์การประชุมและฝึกอบรมวิชาชีพ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยถึงการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดโครงการอบรมประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทยขึ้น จำนวน 4 รุ่น ทั่วประเทศ คือครั้งที่ 1 จัดที่จังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 3 จังหวัดขอนแก่น และครั้งที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ จำนวน 2,130 คน ได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งการสร้างชาติบ้านเมืองด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสามารถนำไปถ่ายทอดและใช้วิธีบริหารจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจในประวัติความเป็นไทย มีความภาคภูมิใจในชาติ มีความรักชาติ เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ซึ่งการอบรมตามโครงการนี้จะสอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2552-2559) ที่ต้องการให้มีการพัฒนาคนอย่างรอบด้าน และสมดุล เพื่อเป็นฐานหลักของการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น และเป็นการเสริมสร้างให้มีผู้เข้ารับอบรมและนักเรียน นักศึกษา มีจิตสำนึกและมีความภูมิใจในความเป็นไทย มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และรังเกียจการทุจริต ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่กล่าวถึงการศึกษาและการเรียนรู้ การทำนุบำรุงศาสนาและวัฒนธรรม พัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้มีความรู้และทักษะใหม่ สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย โดยบูรณาการความรู้และคุณธรรมเข้าด้วยกันเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาและรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น ดำรงชีวิตด้วยความมีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองที่ดี

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งกิจกรรมโครงการประกอบด้วย การบรรยายพิเศษแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลัก โดยผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร การบรรยายเรื่องประวัติความเป็นมาของคนชาติไทย เรื่องที่เป็นหลักและสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังเป็นไทยอยู่จนถึงทุกวันนี้ เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย ความเสียสละของบูรพมหากษัตริย์ไทยในอดีตถึงปัจจุบัน เรื่องพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และบรรยายการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต เรื่องพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และการจัดกิจกรรม “พิธีเทียนรวมพลัง” โดย นายหมวดเอกธารณา คชเสนี และ ว่าที่ ร้อยตรี น้ำเพชร คชเสนี สัตยารักษ์

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้กล่าวปิดท้ายว่า โครงการนี้จะเป็นการปลูกฝังและสร้างอุดมการณ์รักชาติ ให้แก่ผู้บริหาร ครูและบุคลากรอาชีวศึกษา รวมถึงนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีสำนึกรักและหวงแหนแผ่นดินถิ่นเกิด เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีหลักที่ดีในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพต่อไป /// กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 1 พ.ค. 60

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. ร่วมกับ เอส เอฟ ปั้นเด็กยุคใหม่…หัวใจรักบริการ

page.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยนายสินเธาว์ ชัยสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยคุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด จัดกิจกรรม CSR โครงการ “เอส เอฟ ปั้นเด็กยุคใหม่…หัวใจรักบริการ” เพื่อให้ความรู้เรื่องหัวใจของงานบริการ พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียน นักศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายสินเธาว์ ชัยสวัสดิ์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นถึงความตั้งใจของ เอส เอฟ ที่จัดโครงการนี้ขึ้นเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อเข้าสู่ตลาดสายอาชีพ เรื่องเ กี่ยวกับการให้บริการ โดยเน้นการอบรม สร้างความรู้ความเข้าใจ แรงบันดาลใจ และจิตสำนึก จากวิทยากรผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจการให้บริการ สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอน ของอาชีวศึกษาที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางด้านทักษะวิชาชีพ โครงการนี้จึงเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่องการให้บริการได้เป็นอย่างดี อีกทั้งทางบริษัทฯ ยังมอบทุนการศึกษา เพื่อเป็นทุนการศึกษาต่อยอดการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา เข้าฝึกงานที่บริษัทได้ ดังนั้นนักเรียน นักศึกษา ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ จะได้สั่งสมประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป โครงการนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้คัดเลือกนักเรียน จำนวน 100 คน จาก 10 วิทยาลัย ได้แก่ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน วิทยาลัยพณิชยการบางนา วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ เข้าร่วมโครงการ โดยมี ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ราชรักษ์ ซึ่งเป็นวิทยากรที่มีชื่อเสียงในด้านการฝึกอบรมด้านการตลาด การบริการ มาเป็นวิทยากรอบรมในหัวข้อ “Service Hero สุดยอดนักบริการแบบมืออาชีพ” สร้างความสนใจให้นักเรียน นักศึกษา เป็นอย่างดี

ปิดท้ายโครงการด้วยการมอบใบประกาศนียบัตรโดย นายสินเธาว์ ชัยสวัสดิ์ และมีพิธีมอบทุนการศึกษาโดย คุณสุวรรณี ชินเชี่ยวชาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 20 ทุน รวมเป็นเงิน 150,000 บาท (แบ่งเป็นทุนละ 10,000 บาท จำนวน 10 ทุน และ 5,000 บาท จำนวน 10 ทุน) ให้กับนักเรียนนักศึกษาเพื่อเป็นทุนการศึกษาและต่อยอดการเรียนรู้ต่อไป

กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 11 เมษายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.เดินสายอาชีวะสัญจรติดตามผลการรับนักเรียนปี๖๐ ใน ๔ ภูมิภาค

16868.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายติดตามผลการรับนักเรียน นักศึกษา และโครงการทวิศึกษา ให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน ภาคเหนือ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามการดำเนินการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งตนรู้สึกหนักใจที่เด็กส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา เพราะเป็นค่านิยมของการมุ่งใบปริญญา แต่กลับพบว่าผู้ที่จบปริญญาตรีก็ไม่มีงานรองรับ ต้องหันมาเปิดกิจการของตนเอง ดังนั้น เราจำเป็นต้องเร่งสร้างแรงจูงใจในการเรียนสายอาชีพมากขึ้นว่าเรียนจบแล้วมีงานทำ ขณะเดียวกันตนจะทำความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในโครงการทวิศึกษากับสถานศึกษาในสังกัด อปท.เนื่องจากพบว่า สถานศึกษาที่จัดโครงการนี้ไม่ได้รับงบประมาณดำเนินการ เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ตนยังได้ทำหนังสือถึง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อขอให้ครูแนะแนวของวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ได้เข้าไปแนะแนวการเรียนต่อสายอาชีพให้แก่นักเรียน แต่ก็ยังพบว่าโรงเรียนบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยและเขตพื้นที่ฯได้ประสานการทำงานเรื่องระบบการแนะแนวให้มากขึ้น อีกทั้งขอกำชับให้ผู้บริหารวิทยาลัยได้อยู่สถานศึกษาเพื่อทำงานบริหาร เพราะตนรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้บริหารวิทยาลัยบางคนไม่อยู่วิทยาลัยเพื่อเซ็นใบจบการศึกษาให้เด็ก ทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น จึงขอให้ผู้บริหารใส่ใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้นด้วย สำหรับแผนรับนักเรียนนักศึกษาในปี การศึกษา2560 ทั้งรัฐและเอกชนมีแผนรับ 329,069 คน จากเดิมในปี 2559 จำนวน 221,862 คน จะต้องเพิ่มขึ้น 107,207 คน

“ผมไม่รู้สึกหนักใจหากนโยบายที่ได้สั่งการไปทุกคนได้ปฎิบัติอย่างเต็มที่แล้ว และแม้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายแต่ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องนำมาใช้เป็นข้อมูลคิดหาแนวทางรับนักศึกษาในปีถัดไปให้ดียิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ผมมองเห็นปัญหาและจะต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนในปีถัดไปก็คือ หารือกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เรื่องการปรับลดจำนวนห้องเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงลง เช่น บางโรงเรียนเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 8 ห้องเรียน ก็อาจให้ลดเหลือ 5 ห้องเรียน เป็นต้น รวมถึงจะส่งเสริมให้เปลี่ยนระบบแนะแนวการเข้าเรียนต่อสายอาชีพให้มีความเข้มข้นมากขึ้นและทำอย่างจริงจังมากกว่าที่ผ่านมา” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ด้าน นายไพบูลย์ วงศ์ยิ้มย่อง ผอ.วิทยาลัยเทคนิค(วท.)เชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วน วท.เชียงใหม่ ปีนี้จะจำกัดจำนวนการรับนักศึกษา เพื่อกระจายผู้เรียนไปยังวิทยาลัยอื่นๆจากเดิมที่รับนักศึกษา จำนวน 1,100 คนจะปรับลดเหลือ 800 คน แต่ยังคงสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงานไว้ เช่น สาขาเทคนิคยานยนต์ เป็นต้น ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากโรงเรียนสายสามัญศึกษามีความจริงใจในการปล่อยเด็กออกมา ตัวเลขของเด็กที่จะมาเรียนสายอาชีพจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจและปรับทัศนคติของผู้ปกครองว่าเมื่อเข้าเรียนสายอาชีพแล้วจบออกมามีงานทำอย่างแน่นอน และหวังว่าทุกๆวิทยาลัยจะให้ความสำคัญในการเพิ่มยอดผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมาย มิฉะนั้นประเทศไทยคงไม่สามารถพัฒนาบุคลากรให้ไปสู่เป้าหมายประเทศไทย 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 22 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะจัดอบรมพัฒนาครูและนักศึกษาอาชีวศึกษาแกนนำธรรมาภิบาล

0.JPG

ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาการบริหารโครงการประจำสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดประชุมและบรรยายพิเศษการพัฒนาหลักสูตรการอบรมครูและนักศึกษา แกนนำสถานศึกษาธรรมาภิบาล ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา โดยมีครูแกนนำในสถานศึกษาอาชีวศึกษานำร่องต้นแบบจำนวน 25 แห่งเข้าร่วมโครงการ ณ ลำพวา อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาการบริหารโครงการประจำสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนงานป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานภาครับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลแก่ผู้บริหาร ครู บุคลากรและนักเรียน นักศึกษา เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาเกิดความสำนึกที่จะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้เป็นเยาวชนคนดีของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามในเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีระเบียบวินัย ขยันหมั่นเพียร ประหยัดและอดออม สุภาพมีน้ำใจ และมีจิตอาสา จิตสาธารณะ และเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและมีส่วนร่วมในการสร้างราชการใสสะอาดภายในสถานศึกษาและส่วนราชการ จึงได้จัดการประชุมพัฒนาหลักสูตรการอบรมครูและนักศึกษาแกนนำธรรมาภิบาลขึ้น เพื่อพัฒนาสถานศึกษานำร่องเป็นต้นแบบในการนำหลักธรรมาภิบาลไปปรับใช้ในสถานศึกษาทั้งระบบ อันจะนำไปสู่การป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างยั่งยืน การทำงานเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตามนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ ทั้งกระบวนการและเป้าหมาย คือ เน้นการใช้หลักธรรมาภิบาลในองค์กร และเปิดโอกาสให้บุคลากรในองค์กรได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ และยอมรับในศักยภาพของบุคคล ซึ่งเป็นกระบวนการเสริมสร้างพลังภายในของบุคคลเพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ธรรมาภิบาลในสถานศึกษามีความเข้าใจในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกันทั้งองค์กร ทั้งนี้ องค์ประกอบธรรมภิบาล มีทั้งหมด 6 ประการ ได้แก่ 1. หลักนิติธรรม 2. หลักความโปร่งใส 3. หลักการมีส่วนร่วม 4. หลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้ 5.หลักความคุ้มค่า และ 6.หลักคุณธรรม กลุ่มประชาสัมพันธ์ /16 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.เดินสายยกระดับ Fix it center ๔.๐

9.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it center thailand 4.0 ทั่วประเทศทั้งศูนย์ Fix it center ถาวรที่มีอยู่ 80 ศูนย์ และศูนย์ Fix it center ระดับตำบล 8,000 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยให้มีการจัดทำมาตรฐานปฎิบัติงานตามยุทธศาสตร์ประชารัฐที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม มีกิจกรรม ประกอบด้วย 1.บริการซ่อมเครื่องมือเครื่องจักรการเกษตรยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมให้คำแนะนำวิธีการใช้ และการดูแลรักษา 2.บริการสร้าง ต่อยอดอาชีพโดยสำรวจอาชีพตามความต้องการของชุมชน จัดทำหลักสูตรอาชีพหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ 3.บริการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยนำครูนักเรียนนักศึกษาไปเรียนรู้ และนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ… เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากจะยกระดับศูนย์ Fix it center ให้ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 แล้ว จะมีการจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฎิบัติงานของศูนย์ Fix it center ด้วยแจกจ่ายไปยัง Fix it center ทั่วประเทศ เพื่อให้มีรูปแบบการทำงานและกรอบการยกระดับคุณภาพที่ชัดเจน สำหรับการประชุมการเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติงาน Fix it center ศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อชุมชนไทยแลนด์ 4.0 ในภาคต่างๆ มีกำหนดการดังนี้ -ภาคเหนือ14 มี.ค.60 ณ วท.แพร่ -ภาคกลาง 15 มี.ค.60 ณ วท.สมุทรสงคราม – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 มี.ค 60 ณ วช.อุบลราชธานี – ภาคตะวันออก 20 มี.ค 60 ณ ศาลาอเนกประสงค์อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว- ภาคใต้ 23 มี.ค.60 ณ วษท.สุราษฎร์ธานี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 15 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.จัดอบรมจิตวิทยาให้ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนวเตรียมพร้อมรับเปิดเทอม

page6.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยศูนย์พัฒนา ส่งเสริม ประสานงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ (ศพก.) ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม จัดอบรมจิตวิทยาวัยรุ่น ให้คำแนะนำ แก่ผู้บริหารฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา หัวหน้างานปกครอง งานแนะแนว และหัวหน้างานครูที่ปรึกษา ในกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ และเอกชน 270 คน ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2560 ณ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างความเข้าใจในพฤติกรรม การให้การดูแลนักเรียน นักศึกษา และสานสัมพันธ์กลุ่มครูที่ปรึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเทอมใหม่

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวต่อไปว่า สำหรับหลักสูตรในการอบรม จะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน ความรู้ด้านเทคนิคการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เข้าใจประเด็นและพฤติกรรมของนักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเชิงทักษะ แลกเปลี่ยนสถานการณ์ และแนวทางการแก้ไขปัญหา จากกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้เพื่อจะได้ดูแลป้องปราม และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกวิธี เหมาะสม ในเรื่องของความรุนแรง และปัญหาการทะเลาะวิวาทที่อาจเกิดขึ้นในสถานศึกษาได้ โดยมีวิทยากรจากกรมสุขภาพจิตเป็นผู้ให้การอบรม

ดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาบริหารโครงการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แนะผู้เข้าร่วมอบรมจิตวิทยาวัยรุ่นฯ ณ โรงแรมคลองทรายรีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้สถานศึกษา ครูทบทวนบทบาท ให้รู้จักตนเอง รู้จักนักศึกษา รู้จักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และรู้จักชื่นชม สร้างความภาคภูมิใจในความดี เพื่อพัฒนาคนให้เป็นคนดีของประเทศ

สำหรับกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและอาชีวศึกษาเอกชน ที่เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ประกอบด้วย 7 กลุ่มสถานศึกษา รวมจำนวน 49 แห่ง ได้แก่กลุ่มที่1 จตุจักร จำนวน 7 แห่ง กลุ่มที่ 2 อนุสรณ์สถาน จำนวน 12 แห่ง กลุ่มที่3 ชัยสมรภูมิ จำนวน 3 แห่ง กลุ่มที่ 4 สวนหลวง ร.9 จำนวน 6 แห่ง กลุ่มที่ 5 ธนบุรี จำนวน 13 แห่ง กลุ่มที่ 6 กรุงเก่าจำนวน 4 แห่ง และกลุ่มที่ 7 บางปะกง จำนวน 4 แห่ง

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 7 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. จับมือมจพ. ร่วมพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษา

1.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโครงการพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบสะเต็มศึกษา ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ อาคารนวมินทรราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า โครงการความร่วมมือดังกล่าว มีระยะเวลา 3 ปี โดยได้ร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่าย พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาแบบออนไลน์บนเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาหรือ UniNET ของกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาระบบการเรียนการสอนและรูปแบบสะเต็มศึกษา (STEM Education) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อถ่ายทอดให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ตลอดจนร่วมกันพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการเรียนการสอนแบบออนไลน์ รูปแบบและการนำไปใช้ การพัฒนาหลักสูตรแบบการบูรณาการกับการเรียนการสอน ร่วมกันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา และรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ มีสถานศึกษานำร่องที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสุพรรณบุรี วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระรามหก และวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปางพาณิชยการและเทคโนโลยี ศาสตราจารย์ ดร. สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยด้านการเรียนการสอนวิชาชีพทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ให้กับสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่าย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานต่างๆ ด้านการศึกษาระหว่างกัน ร่วมกันพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือข่ายให้มีความพร้อมเพื่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ และเพิ่มความชำนาญและสมรรถนะของนักเรียนและนักศึกษาให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและมีความพร้อมในการก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนเมื่อจบการศึกษาแล้วให้สามารถทำงานที่ซับซ้อนมากได้ หรือทำงานที่สามารถค้นคว้า วิจัยและพัฒนาได้ สามารถทำงานเป็นทีมและมีภาวะผู้นำเพื่อทำโครงการใหญ่ๆ ได้ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีสุขภาวะอนามัยที่ดี เป็นกำลังคนที่มีทั้งความรู้และทักษะ สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษา เพื่อผลิตนักเรียนและนักศึกษาให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 9 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา